หลวงปู่พุทธะอิสระวัดอ้อน้อยเข้ายื่นหนังสือสำนักงานพุทธมณฑล

หลวงปู่พุทธะอิสระวัดอ้อน้อยเข้ายื่นหนังสือสำนักงานพุทธมณฑล


หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมนายมหัศจักร์ โสดี ทนาย ได้เข้ามายื่น หนังสือเรื่องขอร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการสืบสวน สอบสวนพระสุวิทย์ธีระธัมโมหรือหลวงปู่พุทธะอิสระในข้อหามีผู้โจษด้วยอาบัติปราชิกและละเมิดกฎหมายปกครองคณะสงฆ์เรื่องการชุมนุม ให้กับนายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนา
วันที่4.ม.ค.59 เวลา10.00.น หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อยเดินทางเข้ายื่นหนัพระพุทธศาสนา สำนักงานพุทธมณฑล3ประเด็น
ประเด็นที่ 1 จากกรณีพระเมธีทำอาจารย์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ราชวรมหาวิหาร รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ รวมทั้งนายจตุพร. พรหมพันธุ์ ประธาน นปช แกนนำคนเสื้อแดง ได้กล่าวหาอาตมาด้วยอาบัติปราชิก สิกขาบทที่ 2 ข้อหากรรโชกซับโรงแรมเอสซีปาร์คและเป็นแกนนำในการประชุมปิดศูนย์ราชการซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของกดมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการเมือง พ. ศ. 2517 มาตรา 18 เผยแพร่พระลิขิตปลอมและพยายามรื้อฟื้นอธิกรณ์ ในกรณีธมมชโย ต้องอาบัติปราชิกที่สงฆ์ทำเสน็อตแล้วขึ้นมาใหม่ และอวดอุตรินุสธรรม ในปราชิสิกขาบทที่4 ทำไรการปกครองคณะสงฆ์ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน ผู้กล่าวหาทั้ง 5 ได้กล่าวหา ทั้งในทางสื่อมวลชนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์โทรทัศน์รวมทั้งในที่ชุมนุมและในสาธารณะทั่วไป ขอให้สำนักพุทธดำเนินการรวบรวมรายชื่อผู้ประเมินทั้งหมดเสนอต่อกรรมการมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาสั่งการให้เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้นสอบสวนทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคมและลงโทษแก่ผู้ทำผิดหลัก พระธรรมวินัยกฎหมายคณะสงฆ์ กฎหมายบ้านเมือง
ประเด็นที่ 2 การเสนอรายงานของสำนักพุทธ โดยมิชอบแก่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ ผู้กำกับดูแลสำนักพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติในคำสั่งของท่านรัฐมนตรีใครสำนักพุทธทำการรวบรวมข้อมูลให้รอบด้านทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุนสมเด็จช่วงและฝ่ายคัดค้านเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีพิจารณา จะเอาอะไรงานข่าวจากสำนักพุทธที่ปรากฏในสื่อมวลชนทำให้เห็นความไม่เป็นกลางและลำเอียงเลือกข้างผิดจรรยาบรรณของข้าราชการที่ดีทั้งที่ไม่เคยสอบถามข้อมูลจากฝ่ายตรงข้ามเลยแต่ก็มีการรายงานฝ่ายที่คัดค้านแล้ว ด้วยข้ออ้างที่ยกปริมาณและวัตถุที่ธรรมกายมีมากกว่าวัดอื่นๆโดยไม่ใส่ใจว่าพฤติกรรมของธรรมกายจะดีชั่วถูกผิดเป็นเช่นไร วันนี้จึงมาคัดค้านรายงานที่สำนักพุทธททำส่งให้รัฐมนตรีว่าเป็นรายงานที่ไม่ชอบตามอำนาจหน้าที่ของสำนักพุทธและหากจะทำรายงาน ควรจะต้องเข้าไปถามข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถ้าสำนักพุทธกลายเป็นพวกธรรมกายเแล้วยอมแน่นอนว่าคงไม่อยากฟังความอีกฝ่ายแน่นอน ถือว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่งสำหรับข้าราชการ
ประเด็นที่ 3 ขอโจทย์ธัมมชโยต้องอาบัติปราชิดข้อหาอวดอุตริมนุษยธรรมต่อกรณีกล่าวอ้างว่าตนสามารถล่วงรู้ว่าสตีฟ จอบส์ก่อนตายคิดอะไรตายแล้วไปเกิดที่ไหนหลังจากตายแล้วมีสถานะความเป็นอยู่อย่างไร และยังปวดอ้างคุณวิเศษอีกหลายกรณรงค์ ซึ่งมีทั้งพยานและหลักฐานอย่างชัดเจน วันนี้หลวงปู่พุทธะอิสระขอกล่าวโทษโจทย์ พระเทพญาณมหามุนี(ไชยบูรณ์ ธมมชโย)เป็นผู้ละเมิดอาบัติปราชิก สิกขาบทที่ 4 ภิกษุอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีตัวตนต้องอาบัติปราชิก
ในการที่หลวงปู่พุทธะอิสระมายื่นหนังสือในครั้งนี้เพื่อต้องการออกมารับผิดชอบที่เคยกระทำใน ทำผิดต้องยอมรับผิดเพราะสงฆ์มีพระธรรมวินัยเราต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง จึงยื่นหนังสือแจ้งจับตัวเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบการทำผิดวินัยสงฆ์
ทางด้านหลวงปู่ได้เผยก่อนเดินทางกลับว่า หลักฐานและพยานจะนำมามอบให้ต่อเมื่อมีการสอบสวนเท่านั้น จากนั้นได้นำเอกสารทั้งหมดมอบให้แก่นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนนายชยพล รอง ผอ. ได้เผยต่อสื่อมวลชนว่า ทางเราขอยืนยันว่าไม่ใช่เอกสารของทางสำนักพุทธ ที่เผยแพร่ออกไป ที่ระบุในเอกสารถึงการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง แต่หลังจากนี้จะทำแถลงการณ์ชี้แจงส่งไปยังสื่อมวลชนทุกแขนง สำหรับเรื่องวันนี้จะต้องรับไปดำเนินการ แต่จะขอดูในรายละเอียดก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร บางอย่างไม่ได้อยู่ในอำนาจก็ไม่สามารถตอบได้แต่จะยื่นเรื่องไปตามลำดับขั้นตอน
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวต่อว่าในสมัยก่อนรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยพยามผลักดันผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบเพราะกระทำของมหาเถรสมาคมไม่น่าจะเป็นไปตามประเพณีเพราะถ้ายังมีการประชุมกันอย่างลับๆอยู่ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆราชนั้นไม่ใช่เรื่องของมหาเถรสมาคมหรือรัฐบาลแต่งอย่างใดขึ้นอยู่กับการโปรดกล้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นจึงจะสมบูรณ์แบบ