สื่อนอกชี้ไทยซื้อเรือดำน้ำจีน สัญญาณถอยห่างโลกเสรี!!! Featured

ที่ผ่านมากองทัพเรือไทยมีความพยายามมาโดยตลอดในการจัดหาเรือดำน้ำจากพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน หรือเกาหลีใต้ แต่ผลการตัดสินเลือกแบบเรือดำน้ำจากจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นภาพที่ชัดเจนกับการแอบซบรัฐบาลปักกิ่งที่มากขึ้นของรัฐบาลไทยในยุคนี้

ที่ผ่านมาความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยนับเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นมายาวนานโดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา โดยเฉพาะการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ การเป็นฐานบินเพื่อใช้ในการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามเวียดนาม รวมทั้งความร่วมมือในการซ้อมรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างคอบร้าโกลด์ จนในปี 2546 รัฐบาลสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชที่ยกระดับความสัมพันธ์ให้ไทยเป็นพันธมิตรหลักนอกนาโต้ ซึ่งถือว่าเป็นการให้ความสำคัญมากในด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ

แต่ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการรัฐประหารของไทยเมื่อปี 2557 ซึ่งสหรัฐได้ปรับลดขนาดการซ้อมรบคอบบร้าโกลด์ลงรวมทั้งการตัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทยเพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารรีบส่งคืนระบอบประชาธิปไตยให้คืนมาโดยเร็วและยังได้ส่งคำเตือนในคดีทางการการเมืองของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงการออกมาตำหนิของสหรัฐอเมริกาต่อรัฐบาลทหารที่เล่นงานขั้วการเมืองด้านตรงข้ามและยังสร้างความสงสัยว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อไหร่รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถูกคาดหวังว่าจะลดถอนพลังของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งลง

รัฐบาลทหารได้พยายามให้รัฐบาลวอชิงตันลดการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารด้วยการเพิ่มความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่งซึ่งคาดหวังในการได้รับการสนับสนุนจากทางจีนที่มากขึ้น

การส่งสัญญาณดังกล่าวนี้ได้ออกมาเป็นรูปธรรมมากขึ้นในการถอยออกจากการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาของไทย ด้วยการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนมูลค่า 36,000 ล้านบาท (355 ล้านเหรียญสหรัฐ) จำนวน 3 ลำรวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนดลยีและการฝึกอบรมด้วย โดยความสามรถของเรือดำน้ำที่จะดำได้ยาวนานขึ้นด้วยระบบ AIP (advanced air-independent propulsion)

ถ้าการจัดซื้อเรือดำน้ำนี้เดินหน้าจนมีการจัดซื้ออย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ จะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจระหว่างกันมากขึ้นของสหรัฐอเมริกา กับ ประเทศไทยซึ่งจะเป็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าชนชั้นนำไทยได้หันหลังให้กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ทว่าสหรัฐอเมริกายังคงมีอิทธิพลและต้องการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ตลอดจนเพื่อนบ้านของไทยและยังคงจะเป็นเช่นนั้นต่อไปนั่นหมายถึงว่านายทหารระดับสูงจำเป็นต้องคิดทบทวนมากขึ้นถึงความรอบคอบในการถอยห่างออกจากพันธมิตรที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

 

Related items