แพปลาคืนชีพ!เรือประมงยอมออกทะเล-โต้มาเฟียสั่งจอดประท้วง Featured

นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ทางการประมง ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว หลังรัฐบาลวางมาตรการคุมเข้มเรือประมงเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2558 ทำให้มีกลุ่มชาวประมงบางส่วนไม่สามารถออกทำการประมงได้ โดยกรมประมงได้เข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

“กรมประมงได้จัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจกรมประมงเพื่อติดตามสถานการณ์เรือประมง ชาวประมง และผลกระทบ ให้หน่วยงานที่เกียวข้องติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเรื่องการเคลื่อน 
ไหวของชาวประมง ราคาสินค้าสัตว์น้ำทะเล และการออกหน่วยเคลื่อนที่บริการชาวประมงในด้านต่างๆเพื่อหาทางแก้ไข”นายจุมพล ระบุ

และว่าขณะนี้ เปิดให้บริการผู้ประกอบการเรือประมงรายใดที่ยังไม่มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ใบอนุญาตทำการประมง สมุดบันทึกการทำประมง (Log Book) บัตรประชาชน (ไต๋เรือ 
นายท้ายเรือ ช่างเครื่อง) ทะเบียนลูกจ้าง ใบอนุญาตทำงาน สัญญาจ้าง ใบประกาศ (นายท้าย ช่างเครื่อง) และการติดตั้ง VMS สามารถแจ้งความประสงค์ขอดำเนินการได้ภายในวันที่ 15 ก.ค. 
2558 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้จากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) หรือสำนักงานประมงจังหวัด ส่วนผู้ประกอบการเรือประมงลำใดที่มีการดำเนินการอย่าง 
ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ยังไม่ได้มาแสดงตน ก็ขอให้ไปแสดงตนภายใน 31 กรกฎาคม 2558 ณ ศูนย์ PIPO ทั้ง 28 ศูนย์ ใน 22 จังหวัดชายทะเล

อธิบดีกรมประมง ระบุว่า จากการที่ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับประมงจังหวัดชายทะเล ทั้ง 22 จังหวัด ผ่าน VDO Conference ตลอดทุกวัน ซึ่งผลการติดตามตั้งแต่วันที่ 1 
กรกฎาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน พบว่า บางจังหวัดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มีเรือประมงบางส่วนเริ่มออกไปทำการประมงตามปกติ เชื่อว่าในรอบสัปดาห์นี้ก็จะมีเรือประมงทยอยออกไปทำการ 
ประมงมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนราคาอาหารสัตว์น้ำบางจังหวัดปรับขึ้นเล็กน้อย บางจังหวัดก็ไม่ปรับขึ้น เพราะห้องเย็นทยอยนำสต๊อคอาหารทะเลออกมาจำหน่าย อีกทั้ง ยังมีเรือประมงขนาดมากกว่า 30 ตันกรอสขึ้นไป 
จำนวน 3,661 ลำ และเรือประมงขนาดเล็กกว่า 30 ตันกรอส จำนวน 25,313 ลำ ที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ที่ยังคงออกทำการประมงการตามปกติ ประเด็นการขาดแคลนอาหารทะเลจึงไม่ 
น่ากังวล

ด้าน นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวประมง มาขอใบประกาศนายท้ายเรือและช่างเครื่องประมาณ 7 พันราย และได้มีการออกใบประกาศให้นายท้ายเรือ 945 ราย 
ช่างเครื่อง 802 ราย ที่เหลือจะเร่งทำการสอบเพื่อออกใบประกาศต่อไปต่อไป

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังมีเรือที่ไม่สามารถออกทำการประมง จำนวนประมาณ 3,000 ลำ มีปัญหาใน 3 ลักษณะ คือ 1.กลุ่มเรือที่มี 
ทะเบียนเรือ อาชญาบัตรถูกต้อง แต่มีปัญหาในเรื่องเครื่องมือ หรือ ใบประกาศนียบัตร 2.กลุ่มเรือที่เคยมีอาชญาบัตรถูกต้องแต่ขาดการต่ออายุ และ 3.กลุ่มเรือที่มีอาชญาบัตรผิดประเภท ซึ่ง 
เชื่อว่าคงจะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องก่อนวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

เช้าวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงไปตรวจสอบที่สะพานปลาสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบว่า ได้มีเรือประมงได้ทยอยกันเข้ามาขายปลาอย่างคึกคึก หลังจากที่สะพานปลาดัง 
กล่าวเงียบเหงาไป1สัปดาห์ โดยพบเรือที่มาเทียบท่าส่วนใหญ่เป็นเรือประมงอวนดำ ขณะที่ตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบว่าธุรกิจการซื้อขายอาหารทะเลได้กลับมาคึกคัก 
เหมือนเดิม

นายอภิชัย เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าหลังจากเรือประมงหยุดออกทะเลระยะหนึ่ง ได้ส่งผลกระทบต่อ โรงงานผลิตซูริมิ (surimi) หรือเนื้อ 
ปลาบด ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ อาทิ เนื้อปูเทียม ลูกชิ้น เต้าหู้ปลา ฯลฯ ขาดวัตถุดิบปลาสดเข้าสู่กระบวนการผลิต ทำให้ต้องหยุดการผลิตไปโดยปริยาย

ในจังหวัดสมุทรสาครมีโรงงานผลิตซูริมิขนาดใหญ่ที่มีคนงานในระดับ 300 คน ถึงห้าแห่ง ทำให้คนงานประมาณ 1,500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานรายวันได้รับความเดือดร้อนทันที แต่คง 
กระทบในช่วงสั้นๆ ในส่วนของการผลิตปลากระป๋องยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการสต็อกวัตถุดิบไว้ในห้องเย็น ซึ่งมีปริมาณเพียงพอรองรับการผลิตนานนับเดือน 
กระนั้นก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การส่งออกอาหารทะเลมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นายสมชาย ทรัพย์สินไพบูลย์ ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพันท้ายนรสิงห์ หมู่ที่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาล เพื่อให้ช่วยเหลือชาวประมงอวนรุนเคย 
ให้สามารถทำประมงได้ตามปกติ เพราะขณะนี้อวนรุนเคย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 500 กว่าลำถูกห้ามทำการประมง ทั้งที่ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์เรือประมงและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงเริ่มกลับมาคึกคักกว่าทุกวัน เนื่องจากมีทั้งเรือประมงและเรือ 
ทัวร์ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ ทยอยนำสินค้าสัตว์ทะเลขึ้นฝั่งส่งแพปลาและโรงงานอุตสาหกรรรมแปรรูปสัตว์น้ำรวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่มารับปลาไปขาย จะมีปัญหาก็เฉพาะเรือไดหมึก ที่ 
จอดรออยู่เนื่องจากต้องรอออกไปทำประมงหลังผ่านพ้นช่วงเดือนหงาย

ทั้งนี้สำหรับตัวเลขของเรือประมงในจ.สงขลาซึ่งทางสำนักงานประมง จ.สงขลาได้มีการสำรวจล่าสุดพบว่ามีเรือประมงทั้งเรือพาณิชย์และเรือประมงพื้นบ้านทั้งสิ้น 2,490 ลำ และในจำนวนนี้มีเพียง 
180 ลำที่ผิดกฏหมายจริงๆและไม่สามารถออกอาชญาบัตรได้มาตั้งแต่ปี 2538 ส่วนเรือประมงอีกว่า 2,200 ลำยังสามารถออกทำการประมงหมุนเวียนได้ตามปรกติทุกวัน

นายสมพล จิโรจน์มนตรี นายกสมาคมประมงจังหวัดตรัง กล่าวว่าขณะนี้มีคนปล่อยข่าวว่าเราประท้วงปิดอ่าว ทั้งที่ความจริงแล้ว ขณะนี้เรือที่ถูกกฎหมายก็ไม่สามารถจะออกทะเล ได้เนื่องจาก 
ทะเลมีมรสุมคลื่นลมแรง จึงต้องจอดรอให้คลี่นลมสงบ

ด้านที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจตลาดพบว่า อาหารทะเล อาทิ ปลาหมึกศอกและปลาหมึกกล้วย และปลาอื่นๆเวลานี้ได้ปรับราคา จากเดิมที่ขายอยู่กิโลกรัมละ 
120-150บาท ส่วนช่วงนี้ปรับราคาขึ้นมาขายอยู่ที่ 130 – 160 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากมีของน้อยเพราะเรือประมงไม่ได้ออกไปหาปลา ส่วนอาหารทะเลที่พ่อค้าแม่ค้าสั่งมาจากประเทศ 
มาเลเซียยังไม่มีปรับราคาคงอยู่ที่ 120-150 บาทเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาหารทะเลของไทยปรับราคาขึ้น

ขณะที่เจ้าของแผงขายปลาร้านหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้ปลาทะเลบางอย่างได้ขาดตลาดแล้ว ของทะเลที่มาส่งให้แม่ค้าที่อ.เบตงจะมาจากแพปลาปัตตานีเป็นส่วนใหญ่ และคาดว่าคงไม่กี่วัน แพ 
ปลาทั้งหมดคงอาจจะปิดแพ เพราะไม่มีเรือนำปลามาส่งให้และจะทำให้อาหารทะเลมีผลกระทบต่อผู้บริโภค

 

Related items