Items filtered by date: Wednesday, 08 January 2020

สถิติใหม่! ยอดคุมประพฤติเมาแล้วขับปีใหม่ สูงกว่า 12,000 คดี
พบกระทำผิดซ้ำ 362 ราย เสี่ยงติดสุรา 117 ราย เตรียมส่งค่ายปรับพฤติกรรม - บำบัดสุรา

          วันนี้ (8 มกราคม 2563) กรมคุมประพฤติ แถลงสรุปยอดคดีเมาแล้วขับ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สูงถึง12,000 คดี พบกระทำผิดซ้ำ 362 ราย คัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงติดสุราสูงถึง 117 ราย พร้อมส่งเข้าค่าย
ปรับพฤติกรรม - บำบัดสุรา

นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงข่าวสถิติคดีที่เข้าสู่ระบบงาน
คุมประพฤติ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ภายใต้ชื่อ “เมาแล้วขับ ส่งบำบัด” โดยมีคณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมทั่วประเทศให้ดำเนินการสนับสนุนการป้องกันและลดอุบัติเหตุของรัฐบาล โดยในส่วนของกรมคุมประพฤติ ได้กำชับให้อาสาสมัครคุมประพฤติ


ในสังกัดสำนักงานคุมประพฤติ จำนวน 117 แห่งทั่วประเทศ ร่วมทำหน้าที่ดูแล ควบคุม ผู้มีพฤติกรรมเมาแล้วขับหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่นๆ เพื่อเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งกรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ด้วยการจัดกิจกรรมทั้งการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ภายใต้หัวข้อ “คุมประพฤติใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน” การอบรมให้ความรู้ พร้อมนำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม เช่น การปรับภูมิทัศน์ การทำความสะอาดเครื่องหมายจราจร การตัดแผ้วถางต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางบริเวณข้างทางในบริเวณจุดเสี่ยงอันตรายและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในถนนสายหลัก รวมทั้งสิ้น 256 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน
52,318 คน รวมทั้งให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 784 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย อาสาสมัคร
คุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน และผู้ถูกคุมความประพฤติ จำนวน 6,880 คน

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีการควบคุมเข้มงวด ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 – 2 มกราคม 2563 มีสถิติคดีที่เข้าสู่ระบบงานคุมประพฤติ จำนวนทั้งสิ้น 12,360 คดี จำแนกเป็น

          คดีขับรถขณะเมาสุรา     จำนวน11,997 คดี      คิดเป็นร้อยละ 97.06

          คดีขับเสพ                 จำนวน345 คดี          คิดเป็นร้อยละ 2.79

          คดีขับซิ่ง/ แข่งรถ         จำนวน1 คดี             คิดเป็นร้อยละ 0.01

          คดีขับรถประมาท         จำนวน17 คดี            คิดเป็นร้อยละ 0.14

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 707 คดี จังหวัดขอนแก่น จำนวน 643 คดี และจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 615 คดี

เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่ระบบงานคุมประพฤติ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ
พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุราเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3,291 คดี คิดเป็นร้อยละ 37.80 และเมื่อตรวจประวัติการกระทำผิดย้อนหลัง 1 ปี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำ จำนวน 362 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.93 และยังพบว่า
มีผู้กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุรา ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 กลับมากระทำผิดซ้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จำนวน 24 ราย

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับกลุ่มผู้กระทำผิดเหล่านี้ตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด อาทิ การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ การทำงานบริการสังคม
การพักใช้ใบอนุญาตขับรถ การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย วินัยจราจร หรือห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้ว กรมคุมประพฤติ ยังมีการคัดกรองด้วยแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะนี้พบว่า
มีผู้กระทำผิดที่มีพฤติกรรมการติดสุราระดับต่ำ จำนวน 1,258 ราย ระดับปานกลาง จำนวน 1,424 รายและระดับสูง จำนวนถึง 117 ราย โดยในเบื้องต้น กรมคุมประพฤติจะส่งเข้ารับการบำบัดการติดสุรากับสถานพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นระยะเวลา 4 เดือน จำนวน 47 ราย นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำจะดำเนินการเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง ร่วมกับการทำงานบริการสังคม อาทิ การดูแลเหยื่ออุบัติเหตุ การช่วยเหลืองานในโรงพยาบาล และการให้ความรู้สร้างจิตสำนึก เช่น การเยี่ยมชมห้องดับจิตและตึกอุบัติเหตุ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการขับรถขณะเมาสุรา

Published in กทม.

สถานปฏิบัติธรรมมูลนิธิดอยเวียงแก้ว จ.เชียงราย เตรียมงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ครบรอบ 56 ปี 36 พรรษา ในวันที่ 7-9 มกราคม 2563 ชาวพุทธจำนวนมากหลั่งไหลมาทำบุญ

วันที่ 8 มกราคม 2563 ณ สถานปฏิบัติธรรมมูลนิธิดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้มีการเตรียมงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ครบรอบ 56 ปี 36 พรรษา

พลเอกสุทัศน์ จารุมณี ประธานกรรมการมูลนิธิดอยเวียงแก้ว ได้ให้สัมภาษกับสื่อมวลชนว่า พิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ครบรอบ 56 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-9 มกราคม 2563 ณ สถานปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ถึงแม้ในปีนี้พระครูบาบุญชุ่มจะบำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำประเทศเมียนมาร์ แต่ทางสถานปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้วก็เตรียมความพร้อมในทุกด้านทั้งการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับบรรดาชาวพุทธที่เดินทางมาจากทั่วประเทศมาร่วม ด้วยแรงศรัทธาต่อพระครูบาบุญชุ่ม

กิจกรรมช่วงเช้าวันนี้มีการทำบุญตักบาตรข้าวสารแห้งบริเวณทางลงบันไดนาค จากนั้นพิธีเปิดศาลาอนุสรณ์ 55 ปีพระครูบาบุญชุ่ม และบริจาคทานผ้าห่ม ส่วนวันที่ 9 มกราคม เวลา 09.09 น. จะมีการ ประกอบพิธีสืบชะตาหลวงพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ และมอบทุนการศึกษาและทุนสัมมาอาชีพ และพิธีสรงน้ำรูปเหมือนพระครูบาบุญชุ่ม

กฤษฎ์ จันทร์แก้ว ข่าว/ภาพ/เชียงราย