Items filtered by date: Tuesday, 10 September 2019

วันนี้ ( 10 กันยายน 2562 ) นายแพทย์บัญชา สรรพโส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร ยังคงเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข ระดับจังหวัด ทุกวัน และวันนี้ได้วางแผนส่งทีมปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ ระดับจังหวัดร่วมสมทบพื้นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว มหาชนะชัย และค้อวัง ซึ่งจากการเฝ้าระวังสถานการณ์ ประชุมมีมติเห็นว่าสิ่งที่จังหวัดต้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่อำเภอคือการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะยาน้ำกัดเท้า เซ็ตทำแผล ซึ่งนอกจากประชาชนแล้วทีมเจ้าหน้าที่และกำลังทหารก็เริ่มป่วยจากภาวะน้ำกัดเท้ามากขึ้น สำหรับประชาชนยังคงต้องการ น้ำดื่ม ข้าวสารอาหารสำเร็จรูป และนอกจากการเจ็บป่วยด้านร่างกายประชาชนยังคงมีภาวะเครียด นอนไม่หลับ พักผ่อนได้น้อย ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ลงเยียวยาประชาชนด้านจิตใจ โดยทีมนี้เรียกว่า เอ็มแคท ( MCATT ) ซึ่งทุกอำเภอมีทีมเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการเยียวยาจิตใจในภาวะวิกฤติพร้อมปฏิบัติงานลงดูแลประชาชนในทุกพื้นที่


นายแพทย์บัญชา สรรพโส กล่าวต่อว่า วันนี้ ทีมปฏิบัติการ 3ทีม ลงในพื้นที่ 3อำเภอตอนใต้โดยมอบหมายให้รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธรเป็นหัวหน้าทีม นำยาและเวชภัณฑ์ พร้อมมอบสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นกำลังใจ โดยเลือกพื้นที่ของสามอำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง คือ อำเภอคำเขื่อนแก้ว มอบนายชำนาญ มาลัยลงพื้นที่ บ้านนาหลู่ บ้านหนองเทา ตำบลนาแก ส่วนอำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวังมอบนางชฎาภรณ์ ชื่นตา ลงพื้นที่ บ้านเหมือดขาว ตำบลม่วง บ้านชัยชนะ ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย และ อำเภอค้อวังที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตูม พร้อมสมทบเครือข่ายระบบสุขภาพอำเภอค้อวังซึ่งออกบริการเชิงรุกประชาชนถึงหมู่บ้านหลายหมู่บ้านอีกด้วย

 

คืบหน้า อส.ตร.เอาหนังสติ๊กยิงเด็กนักเรียนอายุ15ปีจนตาหวิดบอดเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่.6.ก.ย.62เวลาประมาณ.22.15.น ล่าสุดวันนี้ทางผู้บังคับการตำรวจได้ออกมาติดตามคดีและเยียวยาจนทำให้แม่ของเด็กพึงพอใจ

วันที่.10.ก.ย.62 เวลา.15.30.น จากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค สาวแต มะลิซ่าส์ ได้โพสต์ว่า ขอความเมตตาช่วยเหลือจากทางหน่วยงานต่างๆที่คอยช่วยเหลือเด็กเยาวชนทุกด้านทุกสายงานด้วยค่ะช่วยน้องชายหนูด้วยนะคะสงสารน้องมากๆค่ะ ด.ช. ศุภฤกษ์ เกิดศรีเพ็ง น้องพี โดนหินใส่หนังสติ๊กยิงโดนตาอย่างแรงน้องรุ้ตัวคนทำน้องจำได้ ว่าเป้นรถของสายตรวจวัดละมุดและคนที่ยิงน้องก้อเห้นเเละจำได้แม่นมีกี่คนคัยบ้างจุดแถวๆบริเวรวัดละมุด ใกล้กับป้อมตำรวจวัดละมุดอ.นครชัยศรี จ.นครปฐมแต่ตอนนี้ยังไม่มีคัยมาเยียวยาน้อง น้องผ่าตัดลูกตาแล้ว ยังไม่รุ้ว่าจะกลับมาเป้นเหมือนปรกติรึป่าวฝากทุกๆท่านทุกๆหน่วยงานช่วยแชรให้เขามารับผิดชอบที่เขาทำกับน้องด้วยค่ะ น้องเจ็บปวดมากร้องไห้ทรมารมาก ขอคามเมตตาด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่เป็นกำลังใจให้น้องด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ ขอให้เรื่องนี้ได้รุ้ถึงคนที่ทำน้องด้วยนะคะน้องเจ็บมากนึกถึงใจเขาใจเราบ้าง..พร้อมรูปถ่ายของน้องพี หรือนายศุภฤกษ์ เกิดศรีเพ็ง อายุ15 ปี เลขที่ 49 ม.3 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผู้ได้รับบาดเจ็บจากที่อส.ตร.จุดวัดละมุดได้ใช้หนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตาด้านขวาจนอาการค่อนข้างสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กย.62 เวลา 22.25น. ที่น้องพี ได้ขับขี่จักรยานยนต์จำนวนกว่า 5คันเพื่อไปบ้านเพื่อนและเป็นช่วงขากลับน้องพีเป็นคนขี่จักรยานยนต์และเพื่อนซ้อน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าป้อมตำรวจวัดละมุด สักพักตำรวจเค้าก็ขับรถกระบะตามและเห็นคนขับเปิดกระจกพูดกับ อส.ตร.ที่อยู่ท้ายรถ 4คนได้ยินไม่ถนัดว่าตำรวจพูดว่าอะไร ตัวเองก็ขี่จักรยานยนต์ไปเรื่อย

สักพักสังเกตุเห็นอส.ตร.ที่อยู่ท้ายกระบะลุกขึ้นและขว้างหินใส่โดนรถและโดนตัว และเอาหนังสติ๊กใส่คล้ายหินยิงเข้ามาที่เบ้าตาด้านขวา ตอนที่โดนยิงที่ตานั้นรู้สึกมึนงงปวดหัว และมีเลือดไหลออกมา เหมือนจะขี่รถจักรยานยนต์ไม่ไหวจะล้มจึงบอกให้เพื่อนขี่รถจักรยานยนต์แทนและให้พาไปส่งที่โรงยาบาลหลวงพ่อเปิ่นเพราะเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และทางโรงยาบาลหลวงพ่อเปิ่นได้ทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครปฐม เพราะเครื่องมือจะครบกว่า พอช่วงเช้าวันที่ 6 กย.62เวลาประมาณ 06.30น. ทางแพทย์ก็พาเข้าห้องผ่าตัดจากการตรวจเช็กพบเศษหินดินอยูภายในตา และหมได้บอกอาการที่ตรวจพบ ว่าจอประสาทตาขาด ม่านตาขาด เจลที่หล่อเลี้ยงตาชำรุด และภายในตายังมีเลือดคั่งอยู่ แต่การผ่าตัดในครั้งนี้ปลอดภัยดี
นางณัชชา เกิดศรีเพ็ง อายุ 52 ปี แม่ของน้องพี เลขที่ 49 ม.3 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากเพื่อนลูกชายไปบอกว่าน้องพี โดนปาหินใส่ตาอยู่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ตัวเองจึงเครียดมากเพราะทาวครอบครัวฐานะไม่ค่อยดีนักต้องหาเช้ากินค่ำ ที่ลูกสาวโพสต์ไปนั้นน่าจะอยากขอความเป็นธรรมเพราะกลัวว่าน้องชายจะตาบอด และหลังจากผ่าตัดแล้วทางคู่กรณีก็เข้ามาดูแลตลอดและมาขอโทษและมาบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าจะหายดี และทางผู้กำกับ รองผู้กำกับ และตำรวจ อส.ตร. ของสภ.นครชัยศรี ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นก็เข้ามาแสดงความรับผิดชอบ และจะให้ย้ายโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อรักษาให้หาย ทางครอบครัวก็สบายใจและแม่กับน้องพีก็จะสู้ต้อไปจนกว่าน้องพีจะใช้ชีวิตได้ปรกติ ส่วนเรื่องคดีความทางแม่ก็ก็ต้องรอดูน้องพีหายปรกติค่อยเข้ามาคุยกันต่อไป


ทางด้าน พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.นครชัยศรี และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ใช้เวลากว่า 20 นาที ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำแล้ว เจ้าตัวให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยเก็บเศษหินก้อนเล็กที่ตกหล่นอยู่ในท้ายรถกระบะ โยนใส่กลุ่มรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเข้าใจว่า เป็นกลุ่มเด็กแว๊น เนื่องจากขณะนี้ทางตำรวจ ได้มีนโยบายปราบปรามวัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ซิ่ง หรือแว๊น ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้าน ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และขณะนี้ ทางตำรวจภูธรนครชัยศรี ได้มีการเยียวผู้เสียหายจนได้รับความพึงพอใจแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุ ก็เข้าไปรับสารภาพกับผแม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บ และพร้อมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

กรมคุมประพฤติส่งเสริมพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ผู้กระทำผิด

วันนี้ (10 กันยายน 2562) นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานด้านการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ผู้กระทำผิดที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมคุมประพฤติว่า กรมคุมประพฤติได้ดำเนินการให้การสงเคราะห์ผู้กระทำผิดที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ และผู้กระทำผิดภายหลังปล่อย (After Care) ทั้งด้านการส่งเสริมการมีงานทำ การหาแหล่งงาน การฝึกอาชีพ ทุนประกอบอาชีพ ตลอดจนการให้ความรู้และฝึกอบรม และให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อเป็นการกระตุ้น สร้างแรงจูงใจให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต้องประกอบอาชีพและเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ ทัศนคติ บุคลิกภาพ ความรู้ ความเข้าใจในการประกอบอาชีพและการกลับไปใช้ชีวิตในสังคม อย่างเช่น

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่ 6 ขอนแก่น จัดโครงการฝึกอบรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะให้มีทักษะในการประกอบอาชีพ หลักสูตรการฝึกอาชีพเสริม (สาขาประกอบอาหารไทย) ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2562 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงานให้แก่กลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สามารถประกอบอาชีพที่เหมาะสม พัฒนาทักษะความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพที่ดีและพัฒนากำลังคนให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติ

ด้านสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการส่งเสริมด้านอาชีพแก่ผู้พ้นการคุมความประพฤติ และผู้พ้นการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับเงินทุนประกอบอาชีพจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 จำนวน 5 ราย ซึ่งประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสวาย อาชีพช่างเชื่อมและรับเหมาต่อเติม อาชีพค้าขายข้าวหมูทอดและก๋วยจั๊บ อาชีพรับซื้อของเก่า และอาชีพรับจ้างซ่อมรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ เพื่อติดตามสอบถามถึงสภาพปัญหาและความต้องการ เพื่อวางแผนให้ความช่วยเหลือต่อไป

Published in กทม.