Items filtered by date: Thursday, 08 June 2017

เพลิงไหม้บ้านไม่สักวอดหมดทั้งหลังเสียหายกว่า20ล้านบาท
เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้สักหรูเนื้อที่กว่า1.5.ไร่วอดหมดทั้งหลังมูลค่าความเสียหายมากกว่า20ล้านบาทขณะที่เจ้าของบ้านพาแฟนที่ป่วยออกไปโรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่05.30.น ชาวบ้านโทรไปบอกกลับมาบ้านหรูหมดหลังไปแล้ว
วันที่.8.ม.ย.60 ร.ต.อ. ชาตรี ชัชวาล รองสารวัตสอบสวน สภ เมือง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน จึงรุไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ รถดับเพลิง จากองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู เทศบาลบ่อพับ เทศบาลเมืองๆนครปฐม กว่า7คัน เข้าช่วยระดมฉีดน้ำนานกว่า1ช.ม. แต่เพลิงได้ลุกรามเนื่องจากว่าบ้านเป็นบ้านไม้สักทั้งหลังจนทำให้ไหม้หมดทั้งหลังไม่เหลืออะไร


ร.ต.อ. ชาตรี ชัชวาล รองสารวัตสอบสวน สภ เมือง กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นมาก่อนจากนั้นเพลิงได้ลุกลามขึ้นมาแรงและเร็วมากแต่ขณะที่เกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในบ้านเลย เพื่อนบ้านจึงได้โทรไปบอกเจ้าของบ้านว่าบ้านไฟไหม้ จากนั้นได้โทรไปแจ้งศูนย์วิทยุ191ให้ช่วยแจ้งรถดับเพลิงให้เข้ามาช่วยดับไฟแต่เนื่องจากว่าทางเข้าแคบรถดับเพลิงจึงเข้ายากรำบากกว่าจะเข้ามาได้เพลิงก็ลุกรามไปเกือบหมดแล้ว
จากการสอบสวนเจ้าของบ้าน ผศ.สุเวช-ผศ จิรา ณ หนองคาย 27.ม.10 ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม บอกว่าตนเองพาแฟนออกไปหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่ช่วง05.30.น แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลยแต่ก็ได้ปิดเตาแก๊สหมดแล้วนะจะมีก็เพียงปลักไฟฟ้าที่ยังมีเสียบเอาไว้บ้านแต่ไม่รู้ว่าเกิดไฟไหม้ได้อย่างไรมีคนข้างบ้านโทรไปบอกว่าบ้านไฟไหม้ตกใจจึงรีบเรียกรถแท็กซี่กลับมาแต่ก้ไม่เหลือแล้ว สอบถามว่าบ้านหลังนี้ปลูกมา20ปีแล้วด้วยไม้สักทั้งหลังตอนนั้นสร้างไปประมาณ10กว่าล้านบาทบนเนื้อที่1.5.ไร่ปลุกต้นไม้อย่างร่มรื่น


ร.ต.อ. ชาตรี ชัชวาล รองสารวัตสอบสวน สภ เมือง บอกว่าเบื้องต้นได้ประสานให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 เข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างระเอียดอีกทีว่าสาเหตุเกิดจากอะไรจึงจะหาข้อสรูปได้เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายในเหตุการณ์ครั้งคาดว่าน่าจะเกิน20ล้านบาท

 

ประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทราย รอบพระอุโบสถวัดแหลม ประจำปี 2560
*****ที่วัดแหลม ท่าน้ำปูเจ้า หมู่ 4 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดงสมุทรปราการ คณะพระภิกษุสงฆ์ วัดแหลม ท่าน้ำปู่เจ้า ร่วมกับ คณะครูโรงเรียนวัดแหลม และชาวชุมชนในเขตตำบลบางหญ้าแพรก จัดประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทราย รอบพระอุโบสถวัดแหลม ประจำปี 2560 โดยมีนายสยาม ศิริมงคล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และมีนายสุรพล มูลศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแหลม เป็นผู้กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ครั้งนี้ พร้อมด้วยนายสรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ,สมาชิกสภาเทศบาล ,พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ ,สมาชิก อบจ.สมุทรปราการ รวมทั้งหน่วยงานองค์ต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนฝ่ายปกครอง ,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน และพ่อค้า ประชาชนชาวชุมชน ในเขตตำบลบางหญ้าแพรก เข้าร่วมพิธีกันอย่างเนื่องแน่น
*****สำหรับประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทราย รอบพระอุโบสถวัดแหลม ประจำปี 2560 ในครั้งนี้ ได้รับความเมตาจาก พระครูปลัดชัชวาล อนาลโย เจ้าอาวาสวัดแหลม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สำหรับชื่อวัดแหลมนั้นเล่ากันว่าบริเวณดังกล่าวเดิมเคยเป็นบริเวณท่าหินหรือชาวบ้านเรียกกันว่า “ หัวแหลม ” ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อวัดแหลม วัดแหลมก่อตั้งขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2319 ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ โดยนายสุรพล มูลศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแหลม ได้กล่าว วัดแหลมได้นำคณะครู นักเรียน ตลอดจนชาวชุมชน ในเขตตำบลบางหญ้าแพรก มาร่วมงานประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทราย ของวัดแหลม ประจำปี 2560 ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2560 โดยมีประชาชนได้นำ จตุปัจจัย เพื่อที่จะจัดกิจกรรมร่วมกับทางวัด โดยงานแห่พระเจดีย์ทราย มีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม ครั้งนี้ เพื่อร่วมแรงร่วมใจในการบูรณะปฏิสังขร วัด รวมทั้งการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความสามัคคี ของคนในชุมชน และเพื่อเป็นการให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างก็เห็นความสำคัญของวันนี้ โดยได้ร่วมงานกันเป็นจำนวนมากกว่าทุกปี ซึ่งสิ่งของต่างๆเหล่านี้นั้นเป็นทานน้ำใจที่หลั่งไหลมาเพื่อที่จะให้วัดได้มาพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
*****ประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทรายวัดแหลม เป็นประเพณีดั้งเดิมประชาชนในชุมชนแถบตำบลบางหญ้าแพรกจะรู้จักกันโดยทั่วไป เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 จะมีการจัดประเพณีแห่พระเจดีย์ทราย หรือขนทรายเข้าวัด ซึ่งปกติจะทำกันในวันสงกรานต์ แต่ที่นี่จะทำกันหลังจากประเพณีวันสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งเป็นประเพณีที่แตกต่างจากที่อื่น คือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งประเพณีแห่ยอดพระเจดีย์ทราย ในครั้งนี้ ยังได้จัดให้มีการกิจกรรมประกวดเจดีย์ทราย และการประกวดธิดาเจดีย์ โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผู้ที่มาร่วมงานทุกคนต่างก็มีความสุขที่ได้ร่วมกันทำบุญในครั้งนี้

7 มิ.ย.60 บก.ทท.( นทพ.) โดย พันเอก กฤตพันธุ์ รักใคร่ ผบ.นพค.34 สนภ.3 นทพ.ได้เดินทางเข้าดูพื้นที่ วัดอรัญวาศรีคีรีบรรพต แก่งซอง ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จว.พิษณุโลก เพื่อตรวจดูพื้นที่และประชุมร่วมกับท่านเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเพื่อร่วมปรับปรุงกุฏิพระและห้องน้ำที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมาก โดยมีแผนจะให้ชุดช่างพัฒนาของ นพค.34 เข้าดำเนินปรับปรุงโดยด่วน เพื่อให้วัดสามารถกลับมาเป็นที่ศรัทธาของประชาชนและปฎิบัติศาสนกิจได้ตามเดิม ณ อ.วังทอง จว.พิษณุโลก

 

เรือนจำคลองด่านฝึกอาชีพผู้ต้องขังแยกชิ้นส่วนหมูจำหน่ายหลังพ้นโทษ
***** ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ หรือเรือนจำคลองด่าน นายกฤษณ์ วงษ์เวช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ ได้นำผู้ต้องขังจำนวน 12 คน อบรมอาชีพการทำธุรกิจขนาดเล็ก การจำหน่ายเนื้อสุกร โดยได้เชิญวิทยากรการชำแหละแยกชิ้นส่วนสุกร มาจากบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ มาทำการฝึกอบรม
***** นายกฤษณ์ วงษ์เวช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ กล่าวว่า เรือนจำกลางสมุทรปราการ ได้ทำการฝึกอาชีพ ให้เป็นพ่อค้าขายสุกร เป็น ธุรกิจ sme ที่ให้ผู้ต้องขัง ได้เป็นผู้ประกอบการรายย่อยไม่ต้องเป็นลูกจ้าง เมื่อพ้นโทษออกจากเรือนจำไป โดยทางเรือนจำกลางสมุทรปราการได้เชิญวิทยากรจากบริษัทเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องหาที่ใกล้พ้นโทษ ฝึกอาชีพ โดยหลักสูตรการจำหน่ายเนื้อสุกรนี้มีระยะการฝึกอบรมจำนวน 2 วัน ผู้ต้องขังจะฝึก การแยกส่วนของสุกร วิธีการจำหน่าย ราคาของชิ้นส่วนสุกร นอกจากจะฝึกเป็นพ่อค้าเขียงสุกรแล้ว ก็ยังสามารถไปทำงานในบริษัทเอกชนแผนกแยกชิ้นส่วนสุกรได้อีก ซึ่งก็จะเพิ่มช่องทาง ในการประกอบอาชีพ หากมีความชำนาญในสุกร 1 ตัว สามารถ แยกส่วนได้ในเวลาที่รวดเร็ว ค่าจ้างแยกชิ้นส่วนตัวละ 100 บาท ผู้ต้องหาที่ฝึกอาชีพนี้ ทางเรือนจำกลางสมุทรปราการ ได้พิจารณาจากนักโทษ ที่มีความประพฤติดี โทษเหลือน้อยและมีความสนใจในด้านอาชีพขายสุกร จำนวน 12 คน ซึ่งหลังจากที่ฝึกการแยกชิ้นส่วนครบ 2 วันแล้ว ก็จะทำการฝึกการขายจริงโดยทางเรือนจำจะเปิดร้านจำหน่ายบริเวณหน้าเรือนจำกลางสมุทรปราการ เพื่อให้ผู้ต้องขังเหล่าที่เข้าอบรมและเข้าหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ได้มีโอกาสสลับสับเปลี่ยนกันออกไปฝึกจำหน่ายเนื้อสุกรจริง ให้กับคนภายนอก