Items filtered by date: Wednesday, 28 June 2017

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 มิ.ย.60 น.ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายยุทธนา นาคเรืองศรี ผบ.เรือนจำอำเภอธัญบุรีนางพรทิพย์ โชคสมัย ผอ.สำนักพัฒนาพฤตินิสัย นายทวี ดวงธัมมาผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานีนายณรงค์ศักดิ์ สมพัศ ผอ.ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง นายสมภพ สังคุตแก้ว ผบ.เรือนจำพิเศษมีนบุรีนายประพจน์ โชคพิชิตชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหารซีพีเอฟ โดยมี พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาสผกก.สภ.ธัญบุรี ร่วมโครงการฝึกอาชีพการทำธุรกิจขนาดเล็กการจำหน่ายเนื้อสุกร ภายใต้ชื่อโครงการ นายสะอาดขายหมู นำร่อง 4 เรือนจำ เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้ผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษได้เรียนรู้ทักษะความชำนาญในอาชีพค้าขาย พร้อมหนุนให้กลายเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้จริงหลังพ้นโทษ

กรมราชทัณฑ์มีภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง เสริมสร่งความรู้ พัฒนาด้านจิตใจ ทัศนคติ และเสริมสร้างพัฒนาอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง โดยมีนโยบายให้สร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง หนึ่งคนหนึ่งทักษะ ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพให้ทุกคนมีวิชาชีพติดตัว ทั้งด้านการทำอาหาร เครื่องดื่ม งานบริการนวด เสริมสวย ล้างรถ งานเกษตรกรรม ปศุสัตว์ โครงการฝึกอาชีพการทำธุรกิจขนาดเล็กการจำหน่ายเนื้อสุกร ได้เริ่มดำเนินการในเรือนจำนำร่อง 4 แห่งได้แก่เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางสมุทรปราการ เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีโทษเหลือจำคุก ต่อไปไม่เกิน 2 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตชุมชน สุขภาพอนามัยดี มีความสนใจที่จะประกอบอาชีพจำหน่ายเนื้อสุกรเรือนจำละ 20 คน รวม 80 คน เข้าร่วมโครงการนายสะอาดขายหมู

ด้าน นายกอบเกียรติ กสิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในปีนี้ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาพฤตินิสัยขยายรูปแบบการจัดการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังให้หลากหลายขึ้นโดยร่วมมือกับ ซีพีเอฟ จัดโครงการฝึกวิชาชีพการทำธุรกิจขนาดเล็กการจำหน่ายเนื้อสุกรนายสะอาดขายหมู เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถวางแผนทําธุรกิจของตนเองและให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ และบัญชีการเงินเบื้องต้นสามารถเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กหลังพ้นโทษได้ โดยผู้ต้องขังจะเข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติภายในระยะเวลา 2 วันจากวิทยากรของ ซีพีเอฟ ที่สอนกระบวนการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ร่วมกับวิทยากรจากสำนักพัฒนาพฤตินิสัย หลังจากอบรมผู้ต้องขังจะได้ฝึกฝนทักษะการเป็นผู้ประกอบการการจัดการและการจำหน่ายเนื้อสุกรให้กับประชาชนทั่วไปในร้านสวัสดิการของเรือนจำ ซึ่งทางสำนักพัฒนาพฤตินิสัย และกองสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับซีพีเอฟ จะสนับสนุนช่องทางในการประกอบอาชีพผู้ประกอบการขนาดเล็กภายหลังพ้นโทษต่อไป

ด้าน นางพรทิพย์ โชคสมัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพฤตินิสัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการให้ความรู้ทางอาชีพแก่ผู้ต้องขัง นอกจากการมุ่งเน้นทักษะและความรู้ในการทำงานในหน่วยงานหรือสถานประกอบการต่างๆแล้ว กรมราชทัณฑ์ยังเน้นให้ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพอิสระในลักษณะเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้อีกด้วย จากข้อมูลกรมสังคมสงเคราะห์ กรมราชทัณฑ์ พบว่าในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 มีผู้พ้นโทษที่ยินยอมเปิดเผยข้อมูลสามารถไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษจำนวน 5,495 คน สำหรับการฝึกวิชาชีพดังกล่าว เริ่มดำเนินการในเรือนจำนำร่อง 4 แห่งได้แก่ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางสมุทรปราการ เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีโทษเหลือจำคุกต่อไปไม่เกิน 2 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตชุมชน สุขภาพอนามัยดี มีความสนใจที่จะประกอบอาชีพจำหน่ายเนื้อสุกร เรือนจำละ 20 คน รวม 80 คน เข้าร่วมโครงการนายสะอาดขายหมู

นายประพจน์ โชคพิชิตชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟมีนโยบายการผลิตอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเพื่อผู้บริโภคตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัยถึงมือผู้บริโภคในทุกชุมชน ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีร้านค้าจำหน่ายของชำในชุมชนอยู่แล้วหรือผู้สนใจทั่วไป ได้จำหน่ายเนื้อหมูสด สะอาด ปลอดภัย และสินค้าปศุสัตว์อื่นๆ จากผู้ผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ผ่านร้านตู้หมูชุมชน CP-Pork Shop

 “เมื่อทราบว่ากรมราชทัณฑ์จัดโครงการฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขัง บริษัทยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเสริมสร้างทักษะอาชีพและสนับสนุนโครงการฝึกวิชาชีพผู้ประกอบการขนาดเล็กจำหน่ายเนื้อสุกรนี้ โดยมีการอบรมในการปรับทัศนะคติและสร้างแรงจูงใจในการประกอบอาชีพ เทคนิคการทำธุรกิจขนาดเล็ก การวางแผนด้านบัญชีการเงิน เทคนิคการจำหน่ายสินค้า การเตรียมสถานที่และความพร้อมด้านการดำเนินการ บุคลิคภาพและสุขอนามัย นอกจากการสร้างอาชีพแก่ผู้ต้องขังแล้วยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ซีพีเอฟได้มีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อผู้บริโภคอย่างกว้างขวางขึ้นด้วย” นายประพจน์ กล่าว

 

*****เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. 60 ร.ท.สมคิด สมถะธัญกรณ์ หัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียนร้อย กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ เจ้าหน้าที่ทหาร ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ได้สนธิกำลังกว่า 10 นาย ร่วมเข้าตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 101/60 ซอยวัดใหญ่บางปลากด ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ชั้น 1 ของตัวอาคารพบว่ามีการดัดแปลงทำเป็นห้องกั้นฉากมีช่องติดต่อคล้ายกับสำนักงานภายใน มีนายอนิรุทธิ์ ชัยชมพู อายุ 28 ปี ที่อยู่ 74 ม.11 ตำบลเกาะช้าง อ.แม่สาย จังหวัด.เชียงราย เป็นเจ้าของห้อง และยอมรับว่าเปิดโต๊ะรับแทงเองมาได้ประมาณ 4-5 เดือน และนักพนันกำลังทายผลการพนันฟุตบอลอยู่ภายในห้องด้านใน ทั้งหมด 9 คน พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 3310 บาท พร้อมกับโพยทายผลฟุตบอลและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับคอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด และเครื่องบันทึก ได้หลายรายการ นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.พระสมุทรเจดีย์ดำเนินคดีตามกฎหมาย


***** การจู่โจมเข้าจับกุมโต๊ะพนันทายผลฟุตบอลของเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองในครั้งนี้สืบเนื่องจากฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการเปิดโต๊ะพนันทายลฟุตบอลต่างประเทศกันอย่าง ไม่เกรงกลัวกฎหมายและเปิดท้าทายกฎหมายมาอย่างยาวนานซึ่งมีทั้งนักพนันต่างๆจำนวนมากเดินถือโพยทายผลฟุตบอลเดินเข้าออกอย่างสบาย เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่หาข่าวจนกระทั่งทราบว่ามีการเปิดโต๊ะพนันบอลจริงจึงวางแผนเข้าจับกุมในครั้งนี้ โดยจับกุมในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของท้องที่ร่วมจับกุมแต่อย่างใด