Items filtered by date: Friday, 02 June 2017

โกลาหนแอมโมเนียเรือขนส่งปลาทูน่ารั่วไหลคนงานได้รับผลกระทบ 20 ราย
***** เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. 60 ร.ต.ท.หณิง นันท์ธพร แถมพันธ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งว่ามีแก็สอมโมเนีย รั่วไหลภายในเรือชื่อเทียร์ร่า 108 สัญชาติ ปานามา ที่จอดขึ้นปลาทูน่าที่ท่าเรือ บ.ธนาพรชัย เลขที่ 45 ม.2 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีผู้ได้รับผลกระทบหลายราย จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขในพื้นที่ตำบลบังยอ และมูลนิธิปอเต็กตึ้งรุดตรวจสอบ


***** ที่เกิดเหตุ ภายในห้องเย็นละวางเรือที่ 2 ของชั้น B ภายในเรือ พบคนงานชาวพม่า จำนวน 20 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากก๊าซแอมโมเนีย ขณะกำลังทำงานขึ้นปลา โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 10 ราย ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอก 1 เป็นชาย 7 ราย หญิง 3 ราย ซึ่งมี 4 ใน 10 อาการสาหัส ช็อคหมดสติจากการสูดดูดก๊าซแอมโมเนียดังกล่าวเข้าไป นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุพบว่ามียังมีแรงงานต่างด้าวอีกจำนวน 10 รายได้รับผลกระทบทางระบบทางเดินหายใจด้วยเช่นกันเจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนอาการดีขึ้น รวมในที่เกิดเหตุก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลในครั้งนี้มีแรงงาน ชาวพม่า ได้รับผลกระทบทั้งหมดจำนวน 20 ราย


***** จากการสอบถาม นาย สุพจน์ บุญสม อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/7 ม.10 ต.บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หัวหน้าคนงาน กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือสัญชาติปานามาบรรทุกสินค้าประเภทปลาทูน่า มาจากประเทศไต้หวัน มาส่งยังท่าเรือดังกล่าวซึ่งมาจอดตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุตนเองนำคนงานทั้งหมด 20 คนทั้งชายหญิง มาทำการนำปลาใส่ตาข่ายในเรือ ภายในห้องเย็นละวางเรือที่ 2 ของชั้น B ซึ่งอยู่ด้านในของเรือระหว่างที่คนงานทั้งหมดกำลังช่วยกันนำปลาใส่ตาข่ายอยู่นั้นปรากฏ ว่าบริเวณข้อต่อของก๊าซแอมโมเนียซึ่งเป็นก๊าซทำความเย็นของห้องเย็นได้เกิดการรั่วไหลขึ้นทำให้คนงานทั้งหมดสูดดมก๊าซดังกล่าวเข้าไปจนมีคนงานบางคนช๊อคหมดสติไปจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และขอความช่วยเหลือและลำเรียงคนงานทั้งหมดขึ้นสู่ด้านบนก่อนจะเคลื่อนย้ายส่งไปรักษาตัวที่รพ.ดังกล่าว


***** ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกและเชิญตัวหัวหน้าคนงานและผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นที่ สภ.พระประแดง

เมืองกาญจน์เข้มข้น สร้างกลไกการเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระหว่างศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดกาญจนบุรีและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี
วันนี้วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 เวลา 09.30น.ที่หอประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นางสุนีย์ อยู่สุข ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการสร้างกลไกลการเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระหว่างศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดกาญจนบุรีและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน มี นางสาววัจนา วัจนคุปต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี นายสุวัฒนา ม่วงหวาน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายกฤต มังกะโรทัย ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน พันตำรวจตรีนพดล พุทเปลี่ยน สารวัตรจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี ร้อยตำรวจเอก ณัฐดนัย ไพโรจน์เพชรายุทธ รองสารวัตรจราจร สภ.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพหลพยุหเสนาโรงพยาบาลธนกาญจน์โรงพยาบาลเมโมเรียลโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้.


เนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุสำคัญในลำดับต้นๆของการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนรวมทั้งทำให้เกิดการเสื่อมเสียทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเยียวยาและแก้ปัญหาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่และช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จากสถิติข้อมูลในแต่ละปี จะพบว่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากยังปล่อยให้สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนยังคงสร้างความสูญเสียให้กับสังคมไทยอย่างนี้ สถานการณ์ปัญหาและความรุนแรงของประเทศทางถนน กรมการปกครอง โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จึงได้กำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนแบบมีส่วนร่วมโดยมุ่งหมายจะลดอัตราการเสียชีวิตบนถนนภายใต้แนวทางประชารัฐ เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ได้เข้าร่วมรับผิดชอบต่อกระบวนการขับเคลื่อนภารกิจการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ทั้งร่วมคิดร่วมวางแผนร่วมกำหนดแนวทางร่วมดำเนินการและร่วมประเมินผลการดำเนินการ ทั้งนี้ เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนภายใต้วาระประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วย 8 แนวทางสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย ป้องกันการเมาแล้วขับ ป้องกันการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด พัฒนาสมรรถนะผู้ใช้รถใช้ถนน แก้ไขจุดเสี่ยงจุดอันตรายบนถนนยกระดับมาตรฐานยานพาหนะ ปรับปรุงระบบการแพทย์ฉุกเฉินและรักษาฟื้นฟูผู้บาดเจ็บรวมถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ด้วยเหตุนี้เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแท้จริงในทุกมิติของขบวนการป้องกันและแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.)

จึงได้กำหนดแนวทางให้หมู่บ้านต่างๆทุกพื้นที่ทั่วประเทศจัดทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อกำหนดกติกาหรือธรรมนูญชุมชนหมู่บ้านด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2559 ขึ้น ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน ในหมู่บ้าน และทุกภาคส่วน อันได้แก่ ประชาชน ผู้นำกลุ่ม องค์กรต่างๆ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน โรงพยาบาล ตำรวจมูลนิธิ และประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในเขตอำเภอแต่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหรือเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆและแก้ปัญหาได้จริง เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนสอดคล้องกับสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกความมีระเบียบให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวินัยการจราจร เพื่อประชาชนได้รับความปลอดภัยรวดเร็วและสะดวกในการเดินทาง เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนน และเพื่อสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยแก่ภาคประชาชน .

กลางดึกติดตามเจ้าหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติด
ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาภารกิจติดตามเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายตำรวจชุดสืบฝ่ายปกครองส่งสายเข้าไปล่อซื้อยาเสพติดในบ้านเรือนประชาชนได้ผู้ต้องหา5คนในขณะที่มั่วสุมเสพยากันอยู่หลังบ้าน
วันที่.2.มิ.ย.60 ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ติดตามภารกิจเจ้าหน้าที่3ฝ่ายใช้กฎหมามาตรา 44 (คสช) มีทหารฝ่ายตำรวจชุดสืบสวน สภ นครชัยศรี ฝ่ายปกครองหลังสืบทราบว่าที่ทหารฝ่ายตำรวจชุดสืบฝ่ายปกครองส่งสายเข้าไปล่อซื้อยาเสพติดในบ้านเรือนประชาชน4หลังคาเรือน ได้ผู้ต้องหารวมทั้งหมด5คนในขณะที่มั่วสุมเสพยากันอยู่หลังบ้าน มีการขายยาเสพติดจึงส่งสายเข้าไปล่อซื้อยาเสพติดในบ้านรายแรกได้ผู้ต้องหา 2คน ทราบชื่อคือนาย สมศักดิ์ สังวาลวงษ์ อายุ 55ปี 66.ม.4. ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นาย ชาย สร้อยนพรัตน์ อายุ 40ปี ที่อยู่ 66.ม.4. ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จากการตรวจค้นได้กัญชาแห้ง 6ถุง พร้อมด้วยอุปกรณ์การเสพเงินสด 940บาท และเงินสดที่สายเข้าไปล่อซื้ออีก200บาท
รายที่2 นาย เจนภพ เข็มทอง อายุ26ปี ที่อยู่ 174.ม.1. ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากการตรวจด้นได้ของกลางยาบ้าจำนวน 130เม็ด บรรณจุอยู่ในถุงพลาสติก จับได้ที่บ้านพักชลประทาน ม.4. ต.งิ้วลาย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม


รายที่3 นาย เกียรติพัฒน์ ชูวงษ์วาลย์ อายุ26ปี เลขที่18.ม.1 ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยจับได้ที่ริมถนนเพชรเกษม ม.4. ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จาการตรวจค้นในตัวพบกัญชาแห้ง1ก้อน 7.7 8กรัม
รายที่4 นาย วัฒน ดำลงชัยศรี อายุ27ปี 35/8.ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จับได้ที่บริเวณอูซ่อมรถแมคโฮ ไม่มีเลขที่ ม.4.ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้ของกลางกัญชาแห้งบรรณจุในถุง1ก้อน นำหนัก 37.32 กรัม จึงได้นำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ นครชัยศรี ทำการสอบสวน และจะได้ส่งศาลเพื่อดำเนินคดีในวันนี้ต่อไป
ด้านนาย ชินพัฒน์ พงษ์เภา ปลัด อำเภอนครชัยศรี ฝ่ายความมั่นคง นาย สันติ เจริญวัย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอนครชัยศรี บอกว่าที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชานเข้ามามากว่าในพื้นที่มีการขายยาเสพติดกันมากจึงได้ทำการสืบสวนติดตามหาข่าวจนได้นักเสพมาสอบสวนขยายผลจับได้หลายราย เนื่องจากว่าในพื้นที่ อ.นครชัยศรี เป็นพื้นที่กว้างและส่วนใหญ่จะเป็นสวนการเกษตรจึงยากต่อการเข้าตรวจค้นเพราะว่าพวกค้ายาจะไม่นำเอาของกลางไว้ในบ้านจึงต้องหาสายเข้าไปล่อซื้อแบบนี้ถึงจะได้ตัวมา และจะยังไม่หยุดการจับกุมจนกว่ากลุ่มคนพวกนี้จะหมดไปในพื้นที่

113ปี วิสุทธรังษี
ผอ.หงษ์ดี ศรีเสนผอ.โรงเรียนวิสุทธรังษี ผอ.อุดม เหลืองสด ประธานการศึกษา จรัญ รุ่งมณี ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมคณะครูอาจารย์ร่วมตักบาตรพระภิกษุ-สามเณร 113 องค์เพื่อเป็นศิริมงคลอด่โรงเรียน

รอง ผบช.ภ1รับรางวัล พระคเณศทองคำ
เมื่อวันที่1 มิ.ย.60 เวลา14.00น. ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฯ ถ.กำแพงเพชร6 เขตหลักสี่ กทม. พล.ต.ต ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช ภ 1 ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากสมาพันธ์สื่อมวลและช่างภาพเพื่อประเทศชาติ ให้เข้ารับรางวัล พระคเณศทองคำ
ตำรวจแห่งปี (POLICE AWARDS) ประจำปี 2560
ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศ แต่ติดราชการไม่สามารถเข้ารับรางวัลได้ จึงมอบหมายให้พ.ต.ท.ศุภศิษย์ วรรณเจริญ สว.หน.สภ. บางตะบูน จ.เพชรบุรี เป็นผู้เข้ารางวัลแทน