Items filtered by date: Thursday, 09 March 2017

 เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 9 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจคอมมานโด กก.ปพ.บก.ป.พร้อมด้วย กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) บก.น.2 รวมกว่า 150 นาย ได้จัดเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อาคารและบริเวณโดยรอบ บก.ป.หลังจากพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส อายุ 45 ปี ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 634/2560 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2560 ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือประการอื่นใดอันมิใช่ความมุ่งหมายแก่รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร ได้ประสานขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว

                ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณประตูทางเข้า-ออก บก.ป.เพื่อกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ด้านหน้าและภายในอาคาร บก.ป.รวมทั้งมีการตรวจเข้มบุคคลที่จะผ่านเข้า-ออก ด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะมีบรรดาศิษยานุศิษย์ และมวลชนจำนวนมากที่จะเดินทางมาให้กำลังใจพระสนิทวงศ์ จนอาจก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายขึ้น

                ต่อมาเวลา 09.00 น.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.น.2 พร้อมกำลัง ได้ร่วมกันรอรับตัว พระสนิทวงศ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พาตัวเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย โดยไม่ได้มีกลุ่มศิษยานุศิษย์หรือมวลชนเดินทางด้วยแต่อย่างใด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้พา พระสนิทวงศ์ เข้าไปยังห้องประชุมชิวปรีชา เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำตามขั้นตอนการสอบสวนดำเนินคดีทันที โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าร่วมรับฟังการสอบสวน ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เฝ้ารอติดตามทำข่าวเป็นจำนวนมาก

                ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินคดีกับพระสนิทวงศ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ท.สุรพันธ์ โชคปมิตต์กุล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับมอบอำนาจจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.วิชิต ผังดี รองสารวัตร (สอบสวน) กก.2 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ “PHRA SANITWONG CHAROENRATTAWONG (SANITWONG)” ในข้อหายุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) โดยนำสำเนาเอกสารการโพสต์ข้อความ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบไว้เป็นหลักฐาน หลังจากพบว่าเฟซบุ๊กในชื่อดังกล่าวมีการโพสต์ข้อความเข้าข่ายหมิ่นประมาททางดีเอสไอ และเข้าข่ายความผิดตามที่มีการแจ้งความดังกล่าว ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับพระสนิทวงศ์ ก่อนจะมีการประสานเข้ามอบตัวในครั้งนี้

                จากนั้นเวลา 12.00 น.ภายหลังใช้เวลาสอบปากคำพระสนิทวงศ์ กว่า 2 ชั่วโมง ทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำพระสนิทวงศ์ ให้การรับสารภาพในข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยประเด็นที่ซักถามพระสนิทวงศ์ นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่และตำแหน่ง ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เช่นว่ามีบัญญัติไว้ในพระธรรมวินัยหรือไม่ ซึ่งพระสนิทวงศ์ ระบุว่าไม่มีบัญญัติในพุทธศาสนา แต่เป็นการแต่งตั้งขึ้นมาเอง  และประเด็นความชัดเจนเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินของวัด ที่ได้รับคำยืนยันจากพระสนิทวงศ์ ว่ามีเพียง 197 ไร่ ส่วนอีกกว่า 2,000 ไร่ อยู่ในความครอบครองของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย

                พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพระครูวิจิตร อาภากร เจ้าคณะตำบลคลอง 4 จังหวัดปทุมธานี ที่เดินทางมาที่ บก.ป.เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ด้วยนั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างซักถามและปรึกษาข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับทางสงฆ์ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จ.นครปฐม ที่ร่วมเดินทางมาให้ถ้อยคำนฐานะพยานเพื่อใช้สำหรับประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุม

                รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ได้ เนื่องจากการสอบปากคำพระสนิทวงศ์ ยังไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี หลังจากสอบปากคำเสร็จแล้ว ก็จะคุมตัวพระสนิทวงศ์ ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อผลัดฟ้องฝากขังต่อไป โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าหากได้รับการประกันตัวแล้วผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งยังเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แต่ทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

                “สำหรับข้อกล่าวหาตามหมายจับศาลอาญา พนักงานสอบสวน บก.ป.ก็จะคุมตัวพระสนิทวงศ์ ส่งศาลอาญา และหลังจากนี้ทางตำรวจ สภ.คลองหลวง จะขออายัดตัวพระสนิทวงศ์ เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ซึ่งจะแยกเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรี ต่อไป” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวและว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชยพล เดินทางไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อชี้แจงเอกสารและให้ข้อมูลการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนของทางพระพุทธศาสนาต่อไป

++++++++++++++++++++++++++++

“น.8 และคณะ ร่วมประชุมติดตามการบูรณาการขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามโครงการบ้านสีขาว ประชารัฐร่วมใจ ปลอดยาเสพติด 2560 ณ ห้องประชุม สำนักงานเขตยานนาวา”

วันนี้ ( 8 มี.ค. 2560 ) เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. เป็นประธาน พร้อม พ.ต.อ.ฉลาด ศรศิริ ผกก.(สอบสวน) บก.น.5, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง, พ.ต.ท.พรณรงค์ สุริยชัยวงษ์ รอง ผกก.ป.สน.บางโพงพาง, พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผกก.สส.สน.บางโพงพาง, นายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผอ.เขตยานนาวา, น.ส.โศรยา วัธชนะ ผช.ผอ.เขตยานนาวา, นายชาติชาย กุละนำพล ผช.ผอ.เขตยานนาวา, นายฐปพน โชติอำพนกุล กต.ตร.กทม., นายบุญมา เพชรธำรงชัย กต.ตร.กทม., นายเสฏฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ กต.ตร.กทม., จ.ส.อ.ชุมพล บุญประเสริฐ และกำลัง จนท.ทหาร ม.พัน 20 รอ., นายเลปกร ศิริมังกร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ปปส.กทม., นายเฉลิมศรี แดงเกิด ประธานชุมชนร่วมพัฒนาวัดช่องนนทรี และประธานชุมชนในพื้นที่ สน.บางโพงพาง ร่วมประชุมติดตามการบูรณาการขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามโครงการบ้านสีขาว ประชารัฐร่วมใจปลอดยาเสพติด พ.ศ. 2560 ไตรมาสที่ 2 ณ ห้องประชุม สำนักงานเขตยานนาวา

โดยมีเป้าหมายการประชุม ดังนี้ 1.) เพื่อกำกับติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน และรับฟังสรุปผลการดำเนินการ ไตรมาสที่ 1 โครงการ “บ้านสีขาว ประชารัฐร่วมใจ ปลอดยาเสพติด พ.ศ.2560” รวมทั้งปัญหา อุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 2.) สรุปการจัดเตรียมข้อมูลชุมชนเป้าหมาย ไตรมาสที่ 2 ที่มีปัญหามากที่สุด เพื่อรอรับการตรวจเยี่ยม และเข้าไปแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมในชุมชน พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามโครงการฯ จำนวน 6 ขา (กทม., ปปส.กทม., ทหาร, กต.ตร. และคณะกรรมการชุมชน) ลงชุมชนเพื่อเข้าร่วมไปแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในทันที

สตูลทวงคืนผืนป่าพลิกฟื้นป่าชายเลน 1,900 ไร่
วันที่ 8 มีนาคม 2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 36 อ.ละงู จ.สตูล นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานในการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ป่าชายเลน ตำรวจ ทหาร ตชด.436 ฯลฯ กว่า 60 นาย เปิดปฏิบัติการทวงคืน(พลิกฟื้น)ผืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกประจำปี 60 ในเขตพื้นที่ จ.สตูล จ.กระบี่ และจ.ตรัง รวมพื้นที่กว่า 4,219 ไร่

สำหรับในพื้นที่ จ.สตูลนั้น ดำเนินการระหว่างวันที่ 8- 11 มี.ค. 60 ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ละงู อ.ทุ่งหว้า และอ.ท่าแพ ทวงคืนผืนป่าจำนวน 6 แปลง 220 .61 ไร่หลังการปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่นากุ้งร้าง บริเวณม.12 ต.ละงู อ.ละงูจ.สตูลจำนวน 20.62 ไร่ นายโสภณ ทองดี รองอธิดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับพื้นที่จ.สตูลภารกิจทวงคืนผืนป่ามีทั้งหมด 1,900 ไร่ จากทั้งประเทศ15,000 ไร่ ซึ่งในการลงพื้นที่ดำเนินการของกำลังทุกภาคส่วนที่ได้สนธิกำลังกันนั้นได้เน้นย้ำภารกิจคำสั่งที่64 และ 66 ซึ่งมีคำสั่งชัดเจนกรณีบุคคลที่อาศัยอยู่ก่อนปี57 และเป็นผู้ยากจนและยากไร้จะไม่ให้ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้อย่างเด็ดขาด หากอยู่เพื่ออาศัยจริงๆและสามารถใช้กระบวนการพิสูจน์ได้จากกำนัน ผญบ. ก็จะไม่ให้ได้รับผลกระทบ การดำเนินงานทุกอย่างทำอย่างอลุ่มอล่วยแต่หากเข้าครอบครองหลังปี57 ก็สามารถยึดคืนได้ทันที