ศาลยุติธรรมพัฒนาระบบการประกาศทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ศาลยุติธรรมพัฒนาระบบการประกาศทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่าย เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการพัฒนาระบบการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (e-Notice System) ขึ้น เพื่อเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์กลางสำหรับศาลใช้ในการประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอต่าง ๆ เช่น คำร้องขอ
ตั้งผู้จัดการมรดก คำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตร แทนการประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือใช้ลงโฆษณาประกาศคำฟ้องและเอกสารทางคดีอื่น ๆ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งด้วยเจ้าพนักงานศาลหรือวิธีอื่นได้ โดยคู่ความ ทนายความ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถขอให้ศาลประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอหรือลงโฆษณาเอกสาร
ทางคดีต่าง ๆ ด้วยระบบ e-Notice System โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไปสามารถติดตามประกาศของศาลผ่านทางเว็บไซต์ https://enotice.coj.go.th ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการประกาศเอกสารทางคดีต่าง ๆ ของศาล และทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกาศทางหนังสือพิมพ์ อีกทั้งลดขั้นตอนระยะเวลาในกระบวนพิจารณาของศาลได้อย่างมาก ทั้งนี้ เพื่อให้การประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอและการส่งคำฟ้องหรือเอกสารทางคดีอื่น ๆ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนพิจารณาคดีของศาลได้โดยสะดวก รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ประธานศาลฎีกาจึงได้ออกคำแนะนำและสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา
โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ e-Notice System มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์กลางที่ทุกศาลสามารถใช้ประกาศเอกสารทางคดีได้ และประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์กลาง (https://enotice.coj.go.th) หรือเว็บไซต์ของศาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้งานแต่อย่างใด และยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากชื่อคู่ความ ชื่อศาล ชื่อเรื่อง และหมายเลขคดี ที่มีวิธีการทำงานคล้ายกับ Google search เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลได้โดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพในการลงโฆษณามากกว่าการประกาศทางหนังสือพิมพ์
ที่ศาลใช้อยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการประทับรับรองเวลา (time stamp) ลงในเอกสารที่ได้ประกาศทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้มีการลงประกาศไปแล้วเมื่อใด นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของคู่ความ โดยจะทำการลบข้อมูลออกจากเว็บไซต์กลางอัตโนมัติเมื่อมีการลงโฆษณาหรือประกาศผ่านระบบครบ 6 เดือน เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และมีคำเตือนแสดงขึ้นทุกครั้งที่มีผู้คลิกเข้าไปดูประกาศ
นับได้ว่าการพัฒนาระบบดังกล่าวจะช่วยยกระดับการให้บริการแก่ประชาชน ผู้มาติดต่อราชการศาล และคู่ความในคดีให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังสนองตอบนโยบายประธานศาลฎีกา ที่มุ่งเน้นเพิ่มการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ง่ายขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง