Items filtered by date: Tuesday, 18 July 2017

17 ก.ค.60 บก.ทท.(นทพ.) โดย พ.อ กฤตพันธุ์ รักใคร่ ผบ.นพค.34 สนภ.3 นทพ. ได้สั่งการให้ ชุด ช.พัฒนา นพค.34 เข้าดำเนินการก่อสร้างบ้านพักอาศัยหลังใหม่ให้กับ นาย สุข , นาง นกเล็ก  แก้วเวียงชัย  ประชาชน ม.10 บ.ห้วยดั้งอ.พรหมพิราม โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก จากสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจน โดยได้รับความร่วมมือจาก จนท. อบต.พรหมพิราม และประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้องกองปราบ
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้องกองปราบ หลังถูกผู้มีอิทธิพลฮุบพื้นที่เต้นท์รถ ย่านพระราม 9 แถมทิ้งหนี้ค่าเช่าที่จะต้องส่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.กว่า 14 ล้าน


วันนี้ ( 13 ก.ค.) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายภัคพล อัครขจรไชย อายุ 60 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรายหนึ่งมีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพลยึดครอบครองพื้นที่ทำกิจการเต้นท์รถ โดยไม่ยอมเสียค่าเช่าพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.จำนวนกว่า 14 ล้านบาท ทำให้ต้องแบกรับภาระหนี้ดังกล่าวจนได้รับความเดือดร้อน

นายภัคพล เล่าว่า เมื่อปี 2542 ตนได้ทำสัญญาเช่าที่ดินริมถนนย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ดินของ รฟท. พื้นที่รวม 4,830 ตารางเมตร ค่าเช่าเดือนละ 4.8 แสนบาท เพื่อประกอบธุรกิจเต้นท์รถยนต์ โดยลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ต่อมาเมื่อปี 2547 มีบุคคลซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ได้มาเจรจาขอเข้ามาดำเนินธุรกิจแทน โดยตกลงกันด้วยวาจาว่าจะเป็นผู้จ่ายค่าเช่าให้ รฟท.ทั้งหมด โดยจะมีการโอนเปลี่ยนชื่อผู้เช่า ในขณะที่ตนด้วยความไว้วางใจและตนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองจากอาการป่วย จึงให้บุคคลดังกล่าวดำเนินกิจการเต้นท์รถแทนกว่า 10 ปี โดยไม่มีการทำหนังสือสัญญาใดๆ

กระทั่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รฟท.ได้มีหนังสือมายังตนว่าให้ตนชำระเงินค่าเช่าพื้นที่ที่ค้างจ่ายรวมดอกเบี้ยจำนวนกว่า 14 ล้านบาท ตนจึงทวงถามคู่กรณีจึงทราบว่า ที่ผ่านมาไม่มีการเปลี่ยนโอนชื่อผู้เช่าตามตกลง โดยยังเป็นชื่อของตนในการเช่าพื้นที่ของ รฟท. ตนจึงได้พยายามเจรจากับคู่กรณีเพื่อขอกลับไปดำเนินกิจการเช่นเดิม แต่คู่กรณีกลับใช้อิทธิพลในการข่มขู่ไม่ยอมคืนพื้นที่ประกอบกิจการให้ตน อีกทั้งคู่กรณียังได้รับผลประโยชน์จากพื้นที่ซึ่งตนเองเป็นผู้เช่าและลงทุนอยู่เรื่อยมา

ด้านพนักงานสอบสวนกองปราบ รับเรื่องไว้พร้อมสอบปากคำนายภัคพลไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป.