Items filtered by date: Saturday, 09 June 2018

สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จัดแถลงข่าว ประมูลเลขทะเบียนสวย ปลุกเสกเพื่อความขลัง เลข อักษรมงคล “กน” ก้าวล้ำ..นำพารุ่งเรือง

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2561 เวลา 13.00 น.ที่บริเวณชั้น 2 หน้าโรงภาพยนร์ SF Cinema ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อำเมืองจังหวัดกาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นประธานในพิธี แถลงข่าวประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย โดยมี นางสาวดวงแข ธรรมครุฑ ขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานจัดงานประมูลป้ายทะเบียน พร้อมด้วย นายนพดล สงวนพันธ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี นายอนุ ทองดี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมแถลงข่าวครั้งนี้


ด้วยสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดให้มีการนำหมายเลขทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หมวดอักษร “กน” ซึ่งมีความหมาย ก...ก้าวนำ ล้ำหน้า น...นำพารุ่งเรือง จำ 301 หมายเลข ออกประมูลในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561 และวันอาทิตย์ 1 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ โรงแรมราชศุภมิตร อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยการประมูลครั้งนี้เป็นการประมูลครั้งที่ 6 ซึ่งแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นกราฟิก มีสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ด่านเจดีย์สามองค์ น้ำตก และล่องแพ บงบอกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับเงินรายได้จากการประมูลแผ่นป้ายนี้ กฎหมายกำหนดให้นำเข้าเป็นกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ) โดยกองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถ โดยการมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ผู้พิการจากการใช้รถใช้ถนน เช่น ขาเทียม รถวีลแชร์ เป็นต้น และเพื่อการศึกษาส่งเสริมด้านความปลอดภัย ฉะนั้น ผู้ที่เข้าร่วมประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย จึงถือได้ว่าเป็นผู้ได้บุญกุศล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน


นอกจากนั้นการประมูลป้ายทะเบียนเลขสวยนี้ ผู้ที่ประมูลแผ่นป้ายได้จะได้รับสิทธิ์ประโยชน์ ดังนี้ ใช้จดทะเบียนกับรถใหม่หรือใช้สับเปลี่ยนกับรถที่จดทะเบียนแล้ว มอบเป็นของขวัญให้กับบุคคลอื่นหรือซื้อขายได้ เป็นกรรมสิทธิ์และมรดกตกทอดแก่ทายาทของผู้ประมูลได้ ดังนั้น สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จึงขอเชิญชวนท่านที่เป็นเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง) รถยนต์นั่งสองตอนสี่ประตู ได้เข้าร่วมประมูลแผ่นป้ายทะเบียนในครั้งนี้ ได้เลขทะเบียนสวยถูกใจและได้กุศลอีกด้วย ทั้งนี้หมายเลขที่จะนำมาประมูลในแต่ละวัน จะมีเอกสารแนะนำแจกให้กับทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล เพื่อจะได้ทราบลำดับเลขที่กำลังทำการประมูลและลำดับถัดไป โดยการประมูลจะดำเนินการจนหมดเลขที่จะประมูลในแต่ละวัน ไม่มีการหยุดพัก และเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประมูล สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดเตรียมอาหารว่างและอาหารกลางวันไว้รับรองผู้เข่ารวมประมูล ทั้ง 2 วัน การเข้าร่วมประมูล ผู้เข้าร่วมประมูล จะต้องลงทะเบียนโดยใช้สำเนาบัตรประชาชน และวางเงินค่าหลักประกัน เป็นเงินสดหรือเช็ค มูลค่า 10,000 5,000 1,000 บาท ต่อ 1หมายเลขตามลำดับจากกลุ่ม 1 – 3 หากไม่ชนะการประมูลหรือลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้เข้าประมูล ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จะคืนหลักประกันให้ทันที โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิน วิธีการประมูล ผู้เข้าร่วมประมูลที่ลงทะเบียนแล้ว จะต้องนำหลักฐานที่ออกให้ (ใบรับรองลงทะเบียนสีชมพู) เพื่อนำไปแรกเปลี่ยนแผ่นป้ายเสนอราคา (Biddimg Card) ในวันประมูล แยกตามสีกลุ่ม กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 โดยพิธีกรบนเวที จะเรียกหมายเลขทะเบียนรถประมูล เรียงตามลำดับที่แสดงไว้ในเอกสารที่แจกให้กับผู้เข้าร่วมประมูล และจะแสดงบนจอฉายให้ผู้เข้าร่วมประมูลเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำลังประมูล เลขกลุ่มใด หมายเลขใด การเสนอราคาใช้เสนอด้วยวาจา ผู้จัดประมูลจะเรียกราคาสูงขึ้นจนกว่า จะเหลือผู้เสนอราคาสูงสุดเพียง 2 ราย คือผู้ชนะการประมูล ผู้ชนะการประมูลจะต้องทำสัญญาและชำระค่าบริการ ให้กับสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรีในวันประมูล ตามอัตราที่แจ้งไว้ในเอกสารแนะนำ สำหรับเงินค่าประมูลเลขทะเบียนสามารถชำระทั้งหมด หรือบางส่วนก็ได้


สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันประมูล ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี หรือลงทะเบียนที่บริเวณหน้างานในวันประมูล ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ โรงแรมราชศุภมิตร จังหวัดกาญจนบุรี สอบถามรายระเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0-3452–0517, 0–3462-4941, 0-3462-4940 และสายด่วน 1584 และที่สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี สาขาอำเภอท่ามะกา โทร. 0-3456-1499 สาขาอำเภอพนมทวน โทร. 0-3463-0453 สาขาอำเภอทองผาภูมิ โทร. 0-3459-9496 ในวันเวลาราชการ

 

รองอธิบดีกรมคุมประพฤติเป็นประธานเปิดการอบรมผู้ถูกคุมความประพฤติ
วันนี้ ( 9 มิถุนายน 2561 ) นางอัญชลี พัฒนสาร รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการอบรมผู้ถูกคุมความประพฤติ ตามโครงการถนนปลอดภัยจากเมาไม่ขับ ครั้งที่ 9 ณ ห้องบรรยายรวม ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพมหานคร และได้ให้โอวาทแก่ผู้เข้าการอบรม โดยมุ่งเน้นว่า ถึงจะไม่มีใครได้รับความเดือดร้อนเสียหาย บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการดื่มแล้วขับของเราก็ตาม แต่พฤติกรรมเช่นนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น รวมทั้งของตนเองอยู่ในอันตรายเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ รวมทั้งมีความผิดมีโทษถึงขั้นจำคุก เมื่อศาลสั่งให้ถูกคุมความ ประพฤติแล้ว ก็ขอให้ทำตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้พ้นการคุมประพฤติไปด้วยดี


การอบรมผู้ถูกคุมความประพฤติในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากอาจารย์ สมพงษ์ แก้วเจริญไพศาล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังได้มีการบรรยายในหัวข้อ “กฎหมายจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน” โดย พันตำรวจเอกสุนทร บุญปรีดา โครงการถนนปลอดภัยจากเมาไม่ขับ ครั้งที่ 9 กรมคุมประพฤติโดยสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มูลนิธิเมาไม่ขับ และอาสาสมัครคุมประพฤติ ได้ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งมีผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าร่วมจำนวน 800 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักและเข้าใจในโทษภัยของการดื่มเครื่องดี่มแอลกอฮอล์ สร้างจิตสำนึกในการไม่ดื่มสุราแล้วขับรถ เพื่อการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมทั้งไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีกในอนาคต

จังหวัดนนทบุรีรัฐพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
วันนี้( 9 มิ.ย.61) ที่ ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีนำ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมรัฐพิธี ถวายพวงมาลาเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประธานในพิธี จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย ถวายบังคมพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พร้อมคำถวายอาศีรวาทราชสดุดี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาตินานัปการ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เป็นพระโอรสในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (ภายหลังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)

และหม่อมสังวาลย์ (ภายหลังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) มีพระเชษฐภคินีและพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีอีก 2 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (ภายหลังทรงขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) พระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา และทรงประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะพระองค์เสด็จนิวัตพระนครครั้งแรกภายหลังทรงราชย์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 แต่ก่อนกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน พระองค์ก็ได้เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น 12 ปี

นนทบุรี สุดล้ำ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ไทรใหญ่ ครบวงค์จร
ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. ไทรใหญ่ ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ด.ร.ฉลวย ขันจำนงค์ นายก อบต.ไทรไหญ่ กล่าวว่า ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลไทรใหญ่ได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็กเยาวชนในพื้นที่ ให้ได้รับการศึกษาเทียบเท่าในเมือง เพราะเด็กมนพื้นที่ผัูปกครองที่มีรายได้น้อยไม่สามารถที่จะส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนเอกชนได้ดังนั้น ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ไทรใหญ่จึงได้เปิดการเรียนการสอนครบวงจรมีทั้งสะว่ายน้ำ ห้องดนตรี ห้องคอมพิวเตอร์ สนามเด็กเล่นในร่มและมีทั้งสนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง ซึ่ง ถือว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ครบวงจรเทียบเท่าเอกชนระดับอินเตอร์ก็ว่าได้ ซึ่งเด็กนักเรียนทั้งหมดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีทั้งในเพื้นที่และนอกพื้นที่ๆเข้ามาเรียนรวมแล้ว 334 คนมีอนุบาล 1 ถึงอนุบาล 3 แยกเป็น 14 ห้อง มีครูทั้งหมด 28 คน และครูสอนภาษา อีกต่างหาก ส่วนทางโภชนาการทางอาหารในแต่ละวันทางโรงเรียนได้จัดอาหารให้กับเด็กๆจะผัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ช้ำกันและเด็กได้รับประทานอาหารครบห้าหมู่ ตามโภชนาการ ครบทุกอยาง
และ ดร.ฉลวย ขันจำนงค์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าบางครั้งทางผู้ปกครองได้เข้ามาขอจัดเลี้ยงอาหารกลางให้กับเด็กๆถึงแม้ทางผู้ปกครองเงินไม่พอที่จะจัดเลี้ยงเด็กให้ทั่วถึงได้เพราะเด็กมีจำนวนมากทาง ตนก็ควักเงินส่วนตัวช่วยสนับสนุนเพื่อจะให้เด็กรับประทานอาหารให้ทั่วถึง ถ้าท่านผู้ปกครองท่านใดที่ลูกหลานของตนยังไม่มีที่เรียนก็ขอให้ท่านผู้ปกครองพาเด็กเข้ามาสมัคเรียนได้

วันนี้ 8 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุมอาคารหลวงปู่หลิว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นพ.พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุมคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด กลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์กรเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายสมุนไพร กลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร เนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันจะครบวาระในปี 2561 นี้ ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 60 วัน จึงจำเป็นต้องมีการสรรหากรรมการชุดใหม่เพื่อดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่และภารกิจตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีการประชุมคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดเพื่อเป็นตัวแทนขับเคลื่อนงานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระดับประเทศ ทำให้เกิดเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนางานด้านการแพทย์แผนไทย การนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการจัดบริการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป

วันนี้ (8 มิถุนายน 2561) นางกรองทอง วัฒนภิรมย์ ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ ในฐานะผู้แทนกระทรวงยุติธรรม รับมอบตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ จำนวน 3 ชุด จากศาสตราจารย์ น.พ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีอาชีพเพาะเห็ดฟาง พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการเพาะเห็ดในโรงเรือน และสาธิตการใช้อุปกรณ์ตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นอกจากนี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สนับสนุนเงินทุนสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด จำนวน 12,000 บาท แก่ผู้ถูกคุมความประพฤติรายดังกล่าว ซึ่งมีนางจิราวรรณ ไชยวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ประชาชนชาวบ้านหนองรวก และผู้ถูกคุมความประพฤติกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ บ้านหนองรวก ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ