'บิ๊กฉัตร'ดันส่งออก-โรดโชว์ดึงนักลงทุนตปท. Featured

รมว.พาณิชย์เดินหน้าแผนพิเศษผลักดันส่งตามเป้า 2.3 แสนล้านเหรียญ เน้นสินค้า 4 กลุ่มหลัก-นำคณะเอกชนโรดโชว์เจรจาการค้าต่างประเทศ 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผนพิเศษเพื่อผลักดันการส่งออกปี 2558 ให้ได้ตามเป้าหมายโต 1.2% และมีมูลค่า 230,254 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเท่ากับว่าในช่วง 7 เดือนที่เหลือต้องผลักดันมูลค่าการส่งออกอีก 141,560 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น จึงได้จัดทำแผนพิเศษในการผลักดันสินค้า 4 กลุ่มหลัก ที่มีสัดส่วน 57% ของการส่งออกรวมขึ้นมา ได้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก ประกอบด้วยรถยนต์ คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยางพารา เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า มีเป้าหมายจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกอีก 53,631 ล้านเหรียญสหรัฐ จากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีการส่งออกแล้ว 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.กลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป จะต้องมูลค่าการส่งออกเพิ่มอีก 12,413 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ได้มีการส่งออกไปแล้ว 7,575 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.กลุ่มปิโตรเคมี และเม็ดพลาสติก จะส่งออกเพิ่มอีก 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทำได้แล้ว 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ จะต้องส่งออกเพิ่มอีก 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ได้ส่งออกไปแล้ว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า การผลักดันส่งออกจะดำเนินการผ่านกิจกรรมที่นำคณะเอกชนไปโรดโชว์เจรจาการค้าในต่างประเทศ และร่วมมือกับภาคเอกชนร่วมผลักดันเป้าหมายและแผนการส่งออก เริ่มจากสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้บริหารระดับสูงหรือซีอีโอ กลุ่มยานยนต์ จากโตโยต้า ฮอนด้า บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) และมิตซูบิชิ มาหารือ ส่วนแผนการโรดโชว์ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ จะจัดคณะไปประเทศแอฟริกาใต้และโมซัมบิก เพื่อผลักดันกลุ่มข้าว ยางพารา รถยนต์ และสิ่งทอ เป็นต้น รวมถึงเพิ่มกิจกรรมขยายการส่งออกในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนเมืองใหม่ๆ รวมถึงการดึงผู้ซื้อจากต่างประเทศมาร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาการค้าด้วย

"แม้ภาคเอกชนออกมาระบุว่าตัวเลขการส่งออกปีนี้ติดลบ 2% แต่เราเชื่อว่าการเพิ่มแผนพิเศษจากแผนปกติจะช่วยผลักดันการส่งออกให้เป็นบวกได้ในปลายปีนี้" พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศผลักดันความร่วมมือการสร้างเครือข่ายซัพพลายเออร์และค้าปลีกในทุกจังหวัด ที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีกว่า 10,000 ราย ให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชน รวมถึงให้สำรวจความต้องการและความเหมาะสมที่จะผลักดันธุรกิจให้เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้สรุปการดำเนินคดีเกี่ยวกับข้าวเสื่อมคุณภาพกับเจ้าของโกดังให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำข้าวเสียออกระบายให้กับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล ตามแผนที่กำหนดจะเปิดประมูลให้โรงงานผลิตเอทานอล 2 ครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ ปริมาณ 1.3 ล้านตัน จากข้าวเสื่อมที่มีอยู่ 4.6 ล้านตัน

 

Related items