การออกมาประกาศกร้าวนโยบายปราบปรามการค้ามนุษย์ จากปาก"บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนโยบายแห่งชาติ

          โปลิสวาไรตี้วันนี้เริ่มจาก...
          "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม โดดร่มไปเข้าเป็นประธานประชุม ก.ตร.พิจารณากรณี"บิ๊กปู" พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล แม่ทัพนครบาล ปล่อยให้"บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศพุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สีกากี นั่งหัวโต๊ะแทน ...
          ... การประชุมเที่ยวนี้เป็นไปตามคาดหมาย ตามกระแสข่าวแต่แรกแล้วว่า ต้องเป็นเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองให้เยียวยา พล.ต.ท.ศรีวราห์ จากเดิมมีมติให้คัดค้านเป็นไม่คัดค้าน ทำให้ ก.ตร. อาจถูกสังคมมองว่าเป็น"ตรายาง" อีกยุค ที่ไม่อาจหลุดพ้นขั้วอำนาจใบสั่งนักการเมือง...
          ...ก่อนประชุม มีการเชิญ"บิ๊กจูดี้" พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญและ "บิ๊กเอก" พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ คู่ รอง ผบ.ตร.ออกจากห้องเนื่องจาก พล.ต.ท.ศรีวราห์ อ้างว่า มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่ประชุมลงมติเอกฉันท์ ไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองเปิดทางเยียวยา พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก้าวกระโดดขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. ...รอแต่งองค์ทรงเครื่อง...
          ...ชาวบ้านในพื้นที่สภ.สันทราย ฝากชื่นชมมาพ.ต.อ.นพดล ใบเรือผกก.ส.ภ.สันทราย ถือคติคนเป็นนายต้องใส่ใจพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาแม้ว่าลูกน้องในสังกัดจะถือหลักนิติรัฐแบบกฎหมายเข้มจากเรื่องไม่เป็นเรื่องกระโดดลงมาแก้ปัญหาให้กับลูกน้องอยู่บ่อยๆถือได้ว่าเป็นต้นแบบให้กับลูกน้องจนได้รับคำชมในมิตรไมตรี และ "การบำบัดบำรุงสุข" ให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่มารับตำแหน่งผู้กำกับตำรวจภูธรสันทราย ในสังกัดภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นใจปลื้มกันถ้วนหน้าถือได้ว่าเป็น" ผู้กำกับต้นแบบ"ครับผม

 

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังส่งสัญญาณถดถอย ตัวเลขส่งออกไทยย่ำแย่ เหตุต้องอิงตลาดยุโรป-อเมริกา รัฐบาลภายใต้การนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เจอมรสุมต้องกรำศึกทั้งนอก-ใน เห็นแล้วเหนื่อยแทนไหนจะเจอ "ใบเหลือง-ธงแดง" ซ้ำเติมไม่หยุด แม้รัฐบาลคสช.จะเพิ่งเข้ามาบริหารบ้านเมืองทว่าปัญหาที่หมักหมมมาหลบายยุค-หลายสมัย ในรัฐบาลที่ผ่านมา กลับมาผลิดอกออกผลในห้วงเวลานี้

สหรัฐอเมริกายังคงตราหน้าว่าไทยเป็นแหล่ง "ค้ามนุษย์"ทั้งที่รัฐบาลเร่งการกวาดล้าง และจับกุม "บิ๊กทหาร" ระดับ "นายพล" ยัดคุก รวมถึงข้าราชการตำรวจและนักการเมืองท้องถิ่น ถือเป็นการปราบปรามครั้งประวัติศาสตร์ รวมถึงการใช้ยาแรงมาตรา 44 จัดระเบียบเรือประมง ต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายให้ถูกต้อง เพราะต้องการตัดวงจรการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงอยู่บนเรือประมงผิดกฎหมายเหล่านั้น แต่กระนั้น "มหาอำนาจมะกัน" ทั่นก็ยังไม่วายจะกล่าวหารัฐบาลไทยไปต่างๆ นานา

สิทธิมนุษยชนถูกหยิบยกมาเป็นเป้าเข้าถล่ม ลุกลามไปถึงการจับกุม 14 นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวฝ่าฝืนคำสั่ง "คสช." นั้น องค์กรต่างชาติประสานเสียงให้รัฐบาลปล่อยตัว 14 นักศึกษาโดยเร็ววัน และเรียกร้องให้"บิ๊กตู่" เร่งคืนประชาธิปไตย เปิดให้มีการเลือกตั้ง สหรัฐฯ เห็นว่าการเลือกตั้งคือสูตรสำเร็จของประชาธิปไตย

แต่น่าสนใจก็ตรงที่สหรัฐฯกลับไม่เคยแยแสเลยว่า รัฐบาลในอดีต ที่มาจากการเลือกตั้งไม่เคยนำพากับสิ่งเหล่านี้ ธุรกิจการเมืองที่เบ่งบาน ลงทุนซื้อเสียงเข้ามาก็เดินหน้า "ถอนทุนคืน"เปิด "สงครามกลางเมือง" แย่งชิงอำนาจ ปลุกปั่นแบ่งฝักฝ่ายให้คนไทยหันมาเข่นฆ่ากันเอง นี่แหละประชาธิปไตยแบบไทยไทยที่สหรัฐฯ ควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง มากกว่าการ "พ่นน้ำลาย" ก้าวก่ายกิจการภายในของมิตรประเทศ

ปัญหาการ "คอรัปชั่น" คือมะเร็งร้าย ที่กัดกินสังคมทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือแตกต่าง ประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีการทุจริตคอรัปชั่นน้อย การทุจริตโดยอาศัยอำนาจทางการเมือง แสวงหาผลประโยชน์ กอบโกยให้ตนเองและพรรคพวก คือสิ่งที่จะต้องเร่งรีบสะสาง มาตรา 44 กลายเป็น "ดาบอาญาสิทธิ์"ฟันข้าราชการระดับสูง พ้นจากตำแหน่งหลายร้อยราย สิ่งเหล่านี้ ควรได้รับการยกย่อง-สรรเสริญ จาก "มหาอำนาจ" นี่คือพื้นที่ของประเทศประชาธิปไตย ที่จะสามารถพัฒนา ไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ผลงานรัฐบาลทหารที่ผ่านมา แม้จะถูกโจมตีจากขั้วอำนาจการเมืองเดิม เพราะการวางพื้นฐานประเทศ

การจัดระเบียบสังคมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หาบเร่-แผงลอย ที่ถืออภิสิทธิตั้งร้านค้าบนทางเท้า ปล่อยให้ประชาชนต้องไปเดินบนถนน การค้าผูกขาดเอาเปรียบประชาชน สลากกินแบ่งรัฐบาล ขายใบละ 100-150 บาท วันนี้สามารถกลับมายืนอยู่ที่ราคาควบคุม 80 บาท สิ่งเหล่านี้คือผลงานหรือไม่??? คนทำดีต้องชื่นชม

เหรียญมีสองด้านเสมอ ทว่ากรณีทวงคืนผืนป่า แม้จะเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ของรัฐบาลคสช. โดยเฉพาะการปราบปราม "นายทุนรุกป่า" สร้างสนามกอล์ฟ สนามรถแข่ง เนรมิตรีสอร์ตหรูหรา ท้าทายกฎหมายถูกกวาดล้างอย่างตื่นตาตื่นใจยิ่ง แต่สิ่งที่เราไม่เห็นด้วยยิ่งก็คือ การไล่ทุบคนยากคนจน ที่ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ป่า มาเกือบชั่วอายุคน ก็ถูกทหารไล่บี้ให้ออกจากพื้นที่ ทั้งที่เขาเหล่านั้น ควรได้รับเอกสารสิทธิ์ ในการครอบครองมาเนิ่นนานแล้ว และยังมีอีกหลายที่ ชาวบ้านเขามีเอกสารสิทธิ์สปก. แต่กลับถูกเพิกถอน โดยอ้างเป็นการออกสปก.ทับผืนป่า เรื่องนี้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"ต้องเร่งทำความจริงให้กระจ่าง โดยเฉพาะการใช้อำนาจของ "นายทหาร" ในหลายพื้นที่ ไร้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม"คนรวย-คนจน" คือปัญหาใหญ่ของประเทศไทย การให้ความเป็นธรรมกับคนในสังคม ก็เฉกเช่นเดียวกัน หาไม่แล้วจะกลายเป็น"มรสุมใหญ่" ที่รัฐบาลคสช.จะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะ "สงครามข้อมูลข่าวสาร"ที่มีขบวนการบิดเบือน หวังผลทางการเมือง อาทิ การโฆษณาชวนเชื่อว่ารัฐบาลคสช.จะยกเลิกโครงการประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือแม้แต่การปรับลดค่าแรง  วันละ 300 บาทซึ่งมีการทำงานกันเป็นขบวนการ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

เห็นการชี้แจงหลังจาก"นายกฯบิ๊กตู่" กลับจากภารกิจที่ "แดนปลาดิบ" มีความรู้สึกว่านี่...คือเงาเสียง "นายกฯประยุทธ์"หรือไม่ เพราะท่านพูดจา "นิ่มนวล"มีเหตุผลชัดเจนเคลียร์ ยืนยันไม่มีนโยบายยกเลิกโครงการ30 บาท รักษาทุกโรค ฮื่อ!ขออย่าเอาเวลาไปทะเลาะกับ "นักข่าว" เร่ง "ทำงานใหญ่" ดีกว่า โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ที่จะพลิกโฉมประเทศไทย

การพลิกโฉมประเทศไทยด้วยการจัดระเบียบสังคมต่างๆ หลายคนบอกว่า พ้นจากรัฐบาลคสช.ก็กลับมาเหมือนเดิม รอทหารไปก่อน แล้วก็เหมือนเดิม ดังนั้นการพลิกโฉมประเทศที่ยั่งยืน ก็คือการวางรากฐานในเรื่องสำคัญๆเรื่องใหญ่ ที่ต้องอาศัยรัฐบาลกล้าคิดกล้าทำ ไม่กลัวเสียคะแนนเสียง อาทิ การไฟเขียวขุดคอคอดกระ "คลองกระ" สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ท้าทาย ความสามารถรัฐบาล คสช. รวมถึงการ "เปิดกาสิโน"ซึ่งหากทำได้ จะสามารถพลิกโฉมประเทศไทยแน่นอน ถึงวันนี้ยังเอาใจช่วยรัฐบาลคสช. โดยเฉพาะ"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ขอให้ใส่เกียร์เดินหน้า คิดเรื่องใหญ่ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เป็นหลักชัย ท่ามกลาง "ดอกไม้" และ "กองอิฐ" อมิตพุทธ!!